“The New Era” เมื่อโคตรนักเตะแห่งยุค 2000 เริ่มผันตัวมาเป็น “กุนซือ” ฟุตบอล

“The New Era” เมื่อโคตรนักเตะแห่งยุค 2000 เริ่มผันตัวมาเป็น “กุนซือ” ฟุตบอล

November 5, 2018 0 By theadmin

ในวงการฟุตบอล นักเตะอาชีพมากมายส่วนใหญ่ เมื่อแขวนสตั๊ดก็มักเลือกต่อเนื่องการทำงานอยู่ในแวดวงแขนงฟุตบอลต่างออกไปทั้ง นักวิเคราะห์ วิจารณ์ตามรายการฟุตบอล เอเย่นต์ แมวมอง รวมถึงศาสตร์ฟุตบอลชั้นครูอย่างการเป็น “กุนซือ” ฟุตบอล เพื่อเป็นการพิสูจน์ฝีมือ ให้ชื่อของพวกเขาเหล่านั้นเองยังกระฉ่อนต่อไปได้อีกยาวนาน

จากอดีตจนถึงปัจจุบัน มีนักเตะหลายคนที่ได้เลือกเส้นทางสายนี้ มีทั้งแป้กและปังบ้างปะปนกันไป และวันนี้เราจะมาเอาใจแฟนบอลที่เริ่มดูเกมส์ลูกหนังในยุค “มิลเลนเนียม” 2000 ว่าคืนวันที่ได้ผ่านมาจนถึงวันนี้ มีนักเตะคนโปรดของพวกคุณคนไหนบ้าง ได้ย่างกรายเข้าสู่สมรภูมิสมองเพชรแห่งวงการลูกหนังนี้กันบ้างแล้ว

5 กุนซือ ฟุตบอล สายเลือดใหม่ แห่งวงการลูกหนัง

1. ไรอัน กิ๊กส์ / ทีมชาติเวลส์

The New Era

เจ้าของฉายา “ปีกพ่อมด” กับลีลากระชากลากเรื้อยริมเส้นทางกราบซ้ายที่แฟนบอลอย่างพวกเราคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี ที่ชีวิตการค้าแข้งของ “กิ๊กซี่” ผ่าน 24 ฝนของเขานั้นล้วนเกิดขึ้นทั้งหมดกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไม่มีใครสงสัยในฝีเท้าของเขาเมื่อลงสนาม จากจำนวนโทรฟี่มากมายและผลงานอันสุดสะเด่ากับทีมปีศาจแดง แน่ล่ะ ! หากพูดถึงฝีเท้าบนฟลอร์หญ้า จะมีใครกล้ากังขากับไรอัน กิ๊กส์

เมื่อเวลาอันรุ่งโรจน์ในการเป็นนักเตะเปลี่ยนผ่าน เส้นทางสายนี้ของเขาเริ่มเก็บเลเวลเล็ก ๆ จากการเริ่มเป็น ผู้เล่นและโค้ช ในฤดูกาล 2013 ซึ่งขณะนั้น แมนฯ ยูไนเต็ด มี เดวิด มอยส์ คุมทีม แต่สิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากนี้ ไม่รู้จะเรียกว่าดีหรือร้าย เหลือเพียงอีก 4 เกมจะจบฤดูกาล 2013-2014 แมนฯ ยูไนเต็ด เลือกจะไม่ทนกับผู้จัดการทีมเลือดสก็อตแล้ว ทีมปีศาจแดงจัดการไล่ เดวิด มอยส์ ออกและจัดการแต่งตั้ง ไรอัน กิ๊กส์ เป็นกุนซือขัตตาทัพไปจนจบซีซั่นแทน ผลงานของ กิ๊กซี่ กับ แมนฯ ยูไนเต็ด ในฐานผู้จัดการทีมชั่วคราว ก็ถือว่าไม่ขี้เหร่อะไร เมื่อจบลงด้วยชัยชนะ 2 เสมอ 1 แพ้ 1 จบซีซั่นนั้น ปีศาจแดง ได้ หลุยส์ ฟาน กัล มาคุมทีม ส่วน กิ๊กซี่ ได้เก็บเวลเต็ม ๆ เมื่อได้โอกาสเป็นผู้ช่วยของอาจารย์หลุยส์

ผลงานที่ไม่ค่อยเข้าท่านักระหว่าง ยูไนเต็ด กับ ฟาน กัล ทำให้อยู่คุมทีมได้เพียง 2 ฤดูกาล ก่อนที่ แมนฯยูฯ จะได้ โชเซ่ มูรินโญ่ มาคุมทัพในปี 2016 และ ไรอัน กิ๊กส์ เลือกที่จะจากทีมไปหลังจากจบฤดูกาลนั้น

ปัจจุบันนี้เอง กิ๊กส์ เป็นผู้จัดการทีมชาติเวลส์ โดยถูกแต่งตั้งแทนกุนซือคนเก่า คริส โคลแมน ตั้งแต่ 15 มกราคม 2018 ผลงานถือว่าหวือหวานัก พาทีมชาติบ้านเกิดชนะ 3 เสมอ 1 แพ้ 3


2. แฟร้งค์ แลมพาร์ด / ดาร์บี้ เคาน์ตี้ (เดอะแชมเปี้ยนชิพ)

นักเตะแห่งยุค 2000

อดีตจอมทัพของทีมชาติอังกฤษและเชลซี ที่คงไม่ต้องมีอะไรให้พิสูจน์อีกแล้วในฐานะนักเตะ ที่อัดแน่นไปด้วยคุณภาพทุกมิติของการเป็นยอดนักฟุตบอล จากเด็กปั้นของ เวสต์แฮม ที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นเด็กเส้นในขณะนั้นเพราะแค่มี แฮรี่ เร้ดแนปป์ ซึ่งมีศักดิ์เป็นลุงของเจ้าตัวเป็นผู้จัดการทีม

แต่ แฟร้งค์ แลมพาร์ด จูเนียร์ ลูกชายของคุณพ่ออดีตนักเตะตำนานผู้ใช้ชื่อเดียวกัน ก็ใช้ฝีเท้าลบคำปรามาสต่าง ๆ ที่โถมเข้าใส่ ประสบความสำเร็จมากมายร่วมคว้าโทรฟี่กับทีมสิงโตน้ำเงินครามเป็นกระบุง นี่ยังไม่นับรวมความสำเร็จส่วนตัวอีกเพียบที่เจ้าตัวทำได้ในระหว่างการค้าแข้ง

กว่า 20 ปีบนเส้นทางลูกหนังในฐานะนักเตะ ผ่านการลงมากมายถึง 913 เกม ไล่มาตั้งแต่ เวสต์แฮม , เชลซี , แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ก่อนปิดฉากการค้าแข้งบนแผ่นดินสหรัฐกับ นิวยอร์ค ซิตี้ แลมพาร์ด ทำประตูได้มากมายถึง 274 ลูก ถือว่าเป็นจำนวนที่มโหฬารสำหรับตำแหน่งกองกลาง ถึงจะบอกว่าเขาเป็นตัวรุกก็เถอะ มันก็มากอยู่ดีเทียบชั้นระดับกองหน้าได้เลย

ปลายชีวิตการค้าแข้งแลมพ์นั้น แลมพาร์ด นั้นมีความสนใจเกี่ยวกับการคุมทีมอยู่แล้วเป็นทุนเดิม เขาก็ได้เรียนศาสตร์ลูกหนังควบคู่ประกอบไปด้วยในระหว่างนั้น และไล่สอบไลเซนส์ต่าง ๆ เพื่อให้พร้อมสำหรับโอกาสที่จะเข้ามาหลังแขวนสตั๊ด

และแล้วโอกาสของเขาก็มาถึง วันที่ 31 พฤษภา 2018 เมื่อ ดาร์บี้ เคาน์ตี้ ประกาศเซ็นสัญญา แฟรงค์ แลมพาร์ด เป็นกุนซือของทีม เพื่อสู้ศึกในลีกเดอะแชมเปี้ยนชิพ แทนที่การจากไปของ แกรี่ โรเวตต์ กุนซือคนเก่าที่ย้ายไปคุม สโต๊ค ซิตี้ และ แลมพาร์ด ก็เปิดตัวในฐานะกุนซือได้อย่างสวยงามตั้งแต่เกมแรกด้วยการเอาชนะ เร้ดดิ้ง ในบ้าน แถมยังมีผลงานชิ้นโบแดงบุกไปชนะ แมนฯ ยูไนเต็ด ถึงโอลด์แทร็ฟเฟิร์ด ในลีกคัพ อย่างสุดมัน

จนถึงตอนนี้ แฟร้งค์ แลมพาร์ด อยู่ในสถานการณ์ที่ดีมาก พาทีมอยู่ในอันดับ 5 บนพื้นที่เพลย์ออฟ หลังจากผ่านการแข่งขันไป 13 เกม


3. สตีเว่น เจอร์ราร์ด / กลาสโกว์ เรนเจอร์ส (สก็อตติช พรีเมียร์ลีก)

กุนซือ ฟุตบอล

สตีวี่-จี พร้อมแล้วในการไล่ล่าความสำเร็จบนเส้นทางใหม่ของเวทีลูกหนังของตัวเอง อดีตมิดฟิดล์ไดนาโมของ ลิเวอร์พูล มีฝีเท้าที่ฉกาจฉกรรจ์ เป็นที่ยอมรับของเพื่อนร่วมวงการเป็นอย่างมากในช่วงที่เจ้าตัวพีคแบบสุด ๆ กองกลางหัวขิงขึ้นชื่อในเรื่องของลูกยิงอันหนักหน่วง วิ่งไม่มีหมด และความเป็นผู้นำ เป็นกัปตันหงส์แดงชุดคว่ำ เอซี มิลาน คว้าแชมป์ยูฟ่าแชมเปี้ยนลีก ในค่ำคืนมหัศจรรย์ที่อิสตันบูลปี 2005 และยังพาเข้าชิงได้อีกรอบเมื่อปี 2007

เส้นทางของ เจอร์ราร์ด น่าจะจบลงและแขวนสตั๊ดกับ ลิเวอร์พูล แต่ในยุคปลายของ แบรนแดน ร็อดเจอร์ส เจอร์ราร์ด ไม่ได้ต่อสัญญาโดยสื่อคาดการณ์ว่าอาจมีปัญหากันนิดหน่อย สุดท้าย เจอร์ราร์ดย้ายไปร่วมทัพ แอลเอล กาแล็คซี่ ก่อนแขวนสตั๊ดในปี 2016

หลังจากจบเส้นทางนักเตะอาชีพ เจอร์ราร์ด ได้กลับมาเพาะบ่มฝีมืออยู่กับทีมรักอย่างหงส์แดงในชุดเยาวชนกว่า 1 ปี ก่อนที่โอกาสครั้งสำคัญกับการเดบิวต์ตัวเองในฐานะกุนซือจะพุ่งเข้าชนเจ้าตัวอย่างจัง เมื่อ กลาสโกว์ เรนเจอร์ส ยักษ์หลับแห่งสก็อตติช พรีเมียร์ลีก เลือกเจ้าตัวเข้ามาช่วยกันสร้างโปรเจคปลุกตำนานให้ตื่นขึ้น และเพื่อต่อกรขาใหญ่ในลีกและคู่ปรับร่วมเมืองอย่าง กลาสโกว์ เซลติก ที่ตอนนี้คนกุมบังเหียนคือ แบรนแดน ร็อดเจอร์ส อดีตนายเก่าของเขานั่นเอง

ผลงานในการคุมทีมของ สตีวี่-จี จนกระทั่งตอนนี้ถือว่าสวยงามเลยทีเดียว จากทุกรายการ 21 นัด เขาพาทีมชนะถึง 12 เกม เสมอ 7 แพ้เพียงแค่ 2 กับในลีกเขาพาทีมรั้งอันดับ 5 ตามจ่าฝูงแค่ 5 คะแนน ส่วนในเวทียุโรปกับรายการ ยูโรป้า ลีก เขานำ เรนเจอร์ส เป็นจ่าฝูงในกลุ่มจี หลังผ่านไป 2 นัด ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นผลงานที่น่าจับตามองเป็นอย่างมากของกุนซือหนุ่มมาดเท่ผู้นี้


4. ปาทริค วิเอร่า / นีซ (ลีก เอิง ฝรั่งเศส)

กุนซือ ฟุตบอล สายเลือดใหม่

ปาทริค วิเอรา อดีตกองกลางทีมชาติฝรั่งเศส ผู้เล่นกัปตันที่อยู่ในชุดไร้พ่ายของอาร์เซน่อล คู่ปรับตัวฉกาจของ รอย คีน แห่งแมนฯ ยูไนเต็ด

วิเอรา สร้างชื่อในการค้าแข้งกับสโมสรดังอย่างอาร์เซนอล, ยูเวนตุส, อินเตอร์ มิลาน และแมนเชสเตอร์ ซิตี้ รวมถึงติดทีมชาติไป 107 นัด ยิงได้ 6 ประตู กับรูปแบบการเป็นกองกลางที่ครบเครื่องทั้งบู๊และบุ๋นในตัว สามารถเล่นได้ดีทั้งเกมรับไปจนถึงเกมรุก แถมด้วยคาแรคเตอร์มาดผู้นำอย่างเต็มเปี่ยม

เมื่อสุดเส้นทางในการค้าแข้งในปี 2011 กับ แมนฯ ซิตี้ หลังจากนั้น วิเอรา เบนเข็มสู่เส้นทางคุมทีมเต็มตัว เริ่มจากเป็นกุนซือทีมสำรองแมนฯซิตี้ ในปี 2013 จากนั้นไปคุมนิวยอร์ก ซิตี้ ที่สหรัฐอเมริกา ทีมในเครือของแมนฯ ซิตี้ เมื่อปี 2016

ก่อนจะกลับมายุโรปเพื่อรับงานเป็นกุนซือให้กับ นีซ ในลึก เอิง หลังไปสั่งสมประสบการณ์ที่สหรัฐอเมริกามาพักใหญ่ โดย วิเอรา เข้ามารับหน้าที่ต่อจาก ลูเซียง ฟาฟร์ กุนซือสวิตเซอร์แลนด์ ที่แยกทางกับ นีซ เพื่อไปคุม “เสือเหลือง”โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ แห่งบุนเดสลีกา เยอรมนี

ผลงานของ วิเอร่า กับ นีซ หลังผ่านโปรแกรมในลีก 10 นัด ไม่ค่อยสู้ดีเท่าไหร่นัก เนื่องจากเขาพาลูกทีมเก็บได้แค่ 11 คะแนน รั้งอยู่ในอันดับ 15 โดยมีคะแนนเหนือโซนตกชั้นเพียงแค่ 2 คะแนนเท่านั้น ใครเป็นที่แฟนของ “ปั๊ต” จากนี้คงต้องคอยติดตามเชียร์เอาใจช่วยกันหน่อย ไม่งั้นนี่อาจเป็นงานแรกของเจ้าตัวที่อยู่ไม่ครบเทอม


5. เธียร์รี่ อองรี / โมนาโก (ลีก เอิง ฝรั่งเศส)

ผู้จัดการทีม

หนึ่งในกองหน้าที่ดีที่สุดในโลกคนนึงของยุค 2000 หากไม่มีชื่อเขาคนนี้ คงต้องมีอะไรผิดเพี้ยนแน่ ๆ กับอดีตดาวยิงเลือดน้ำหอมผ่านการค้าแข้งกับทีมดังมากมาย ไล่มาตั้งแต่เป็นเยาวชนของ โมนาโก , ยูเวนตุส , อาร์เซน่อล , บาร์เซโลน่า ก่อนปิดฉากการค้าแข้งบนดินแดนยอดฮิตอย่าง เมเจอร์ลีก ซอคเกอร์ สหรัฐอเมริกา กับ นิวยอร์ค เร้ดส์บูลล์

บนเส้นทางลูกหนังในฐานะจอมถล่มประตูแห่งยุค ผ่านการลงเล่นกว่า 700 เกม อองรี กดไปทั้งสิ้นถึง 360 ประตู รวมทั้งยังครองสถิติดาวซัลโวตลอดกาลของ อาร์เซน่อล ด้วยจำนวน 228 ประตู ควบกับดาวซัลโวพรีเมียร์ลีกที่ไม่ใช่คนอังกฤษที่จำนวน 174 ตุง

หลังจากแขวนสตั๊ด อองรี ได้ทำหน้าที่หลายอย่างในวงการลูกหนัง ทั้งวิเคราะห์วิจารณ์เกมทางรายการใหญ่ทางโทรทัศน์ จนกระทั่งถูก โรแบร์โต้ มาร์ติเนซ กุนซือของทีมชาติเบลเยี่ยม ดึงไปร่วมทีมโค้ชและอยู่ในสต๊าฟชุดคว้าอันดับ 3 บอลโลกของเบลเยี่ยมอีกด้วย

จากนั้นเหมือน อองรี จะเริ่มติดใจกับศาสตร์ลูกหนังแขนงนี้เข้าอย่างจัง เมื่อเขาตกเป็นข่าวกับหลายทีมมากมายที่อยากจะลองของกับกุนซือหน้าใหม่ ไม่ว่าจะเป็น แอสตัน วิลล่า , บอร์กโดซ์ รวมถึง อาร์เซน่อล ทีมเก่าของเขาเอง และสด ๆ ร้อนผ่านไปไม่นาน อองรี ได้ตกลงคุมทีม โมนาโก เป็นที่เรียบร้อย ถือเป็นการคืนสู่เหย้าในถิน สต๊าด หลุยส์ เดอซ์ สถานที่ที่เขาเคยเป็นนักเตะเยาวชนมาก่อน

ส่วนใครที่เป็นแฟนของ อองรี คงต้องเอาใจช่วยกันเป็นพิเศษหน่อย เพราะงานแรกของเจ้าตัวก็เล่นซะท้าทายเลยทีเดียว เพราะตอนนี้ โมนาโก นั้นมีผลงานย่ำแย่เป็นอย่างมาก โดยรั้งอันดับที่ 19 รองบ๊วย จมอยู่ในโซนตกชั้น มีแค่ 6 แต้มเท่านั้นเอง

และทั้งหมดนี้คือ 5 กุนซือสายเลือดใหม่ที่พวกเราได้นำมาฝาก ในตอนนี้ฤดูกาลเพิ่งเปิดก็คงยังสรุปอะไรในตัวพวกเขากันไม่ได้มากเท่าไหร่ รักใครชอบใครก็มาร่วมลุ้นเอาใจช่วยพวกเขาไปพร้อม ๆ กันได้เลยกับการแข่งขันที่ยังเหลือให้พิสูจน์ฝีมือกันอีกหลายนัดนักในฤดูกาลนี้

อ่าน อูไน เอเมรี กับ ความหวังใหม่ ของ อาร์เซน่อล


ข่าวสารอื่นๆ ใน บอลออนไลน์ https://www.5league.com

และ FB 5 ลีก ดอท คอม

Please follow and like us:
0