5 แผงแนวรับ “สุดแกร่ง” แห่งลีกใหญ่ในยุโรป

5 แผงแนวรับ “สุดแกร่ง” แห่งลีกใหญ่ในยุโรป

December 24, 2018 0 By theadmin

แน่นอน ความสนุกในการดูบอลที่หลาย ๆ คนต่างเทใจให้กับกีฬาลูกหนัง เชื่อว่าเฟิร์สอิมเพรสชั่นของแฟนบอลทั้งหลายแหล่น่าจะหนีไม่พ้นฟุตบอลเรื่องเกมส์รุก การเอ็นเตอร์เทนคนดู บุกให้ยับ สับให้แหลก สไตล์เหล่านี้เป็นที่ครองใจของแฟนบอลทั่วไปซะมากกว่า

แต่ทุกคนต้องเคยได้ยินประโยคยอดฮิตนี้แน่นอน ว่า “เกมส์รุกจะทำให้คุณชนะ เกมส์รับจะทำให้คุณเป็นแชมป์” วลีนี้ไม่ไช่คำกล่าวที่เกินจริงแต่อย่างใด ต่อให้เราบุกทะลวงยิงประตูฝั่งตรงข้ามได้มากแค่ไหน แต่หากเรารักษาสกอร์ไม่เป็นแล้วไซร้ แล้วใยเทพีแห่งชัยชนะถึงจะอยู่ข้างเรา

ในคอลัมน์นี้ เราจะพาแฟนบอลทุกท่านไปติดตามว่า ตอนนี้บรรดาทีมไหนของลีกใหญ่ยุโรปที่มีเกมส์รับ เหนียว แน่น หนึบ ชนิดตังเมเรียกพี่กันบ้าง แล้วปัจจัยอะไรที่ทำให้ทีมของพวกเขาถึงเสียประตูได้ยากเย็น อย่ารอช้า ไปติดตามกันเลย !

5 แผงแนวรับ “สุดแกร่ง” แห่งลีกใหญ่ในยุโรป

อาร์เบ ไลป์ซิก (บุนเดสลีกาเยอรมัน : แข่ง 13 เสีย 10)

อาร์เบ ไลป์ซิก

แก๊งกระทิงแดงเลือดหนุ่มจากเมืองไลป์ซิกแดนอินทรีเหล็ก กำลังถือครองสถิติเสียประตูน้อยที่สุดในเวทีบุนเดสลีกาอยู่ชั่วโมงนี้

สถิติยิงประตูสูงสุดเป็นของ “เสือเหลือง” โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ซัดไป 37 เสีย 13 ลูกได้เสีย +24 ส่วนของแก๊งกระทิงนั้นอาจจะยิงไปแค่ 24 เม็ด แต่การที่เขาเสียประตูเพียง 10 ลูก น้อยที่สุดของลีก นั่นก็เพียงพอที่จะทำให้พวกเขารั้งอันดับสามของตารางในเวลานี้

การเล่นเกมส์รับของ แอร์เบ ไลป์ซิก นั้นเริ่มตั้งแต่แดนหน้าจากเหล่ากองหน้าและตัวรุกของทีมจะช่วยกันเพรสซิ่งเมื่อทีมเป็นฝ่ายตั้งรับ ก่อนที่จะมาถึงตรงกลางจะเป็น ดิเอโก้ เดมเม่อ มิดฟิลด์ตัวรับคนสำคัญของทีมคอยปัดกวาดก่อนบอลจะทะลุถึงปราการหลัง ซึ่งประกอบด้วยตัวจริงอย่าง วิลลี่ ออร์บัน, ดาโย่ อูปาเมกาโน่, มาร์แซล ฮัลซ์เท่นแบร์ก, นอร์ดี้ มูคิเอเล่ และยังมีตัวรับสลับสับเปลี่ยนกันไปอย่าง คอนราด ไลเมอร์, ลูคัส คลอสเตอร์มัน, มาเซโล่ ซารัคคี่ และผู้รักษาประตูจอมเหนียวอย่าง ปีเตอร์ กูลัคชี่ เป็นปราการด่านสุดท้าย


แอตเลติโก มาดริด (ลา ลีกา สเปน : แข่ง 14 เสีย 10)

แอตเลติโก มาดริด

เมื่อเราถกกันด้วยเรื่องของเกมส์รับแล้วล่ะก็ หากไม่มีชื่อลูกทีมของกุนซือมาดเท่อย่าง ดิเอโก้ ซิเมโอเน่ คงต้องมีอะไรผิดเพี้ยนไปแน่ ๆ

ในฤดูกาลนี้ กว่าทีมตราหมีจะจูนกันติดนั้นใช้เวลาพักใหญ่พอสมควร แม้ถึงให้มีฟอร์มการเล่นที่ไม่เข้ารูปเข้ารอยเท่าไหร่ แต่เครื่องหมายการค้าในเรื่องเกมส์รับเป็นของถนัดของ ซิเมโอเน่ ยังคงไว้ใจได้อยู่เสมอ

นักเตะในคาถาของ “เอล โชโล่” สเป็คหลักเลยหากคิดจะเป็นส่วนหนึ่งของทีมเขา ต้องเล่นเกมส์รับได้ เพราะแผนของพวกเขาคือคู่กองหน้าอย่าง อ็องตวน กรีซมันน์ กับ ดิเอโก้ คอสต้า ต้องไล่กดดันคู่แข่งตั้งแต่แดนบน ก่อนจะเป็นหน้าที่ของเหล่ามิดฟิลด์ทั้งแผง ซาอูล นิเกซ, โกเก้, โรดรี้, โธมัส ปาเตย์ แค่เจอรายชื่อพวกนี้ทุกคนล้วนเล่นเกมส์รับได้ดีทุกคน และหากคุณผ่านไปได้ ก็ยังต้องไปเจอกับโคตรกองหลัง อย่าง ดิเอโก้ โกดิน กับคู่ขาที่สลับหน้ากันระหว่าง โฆเซ่ ฆิมิเนซ หรือ สเตฟาน ซาวิช ส่วนแบ็กอย่าง ฟิลิเป้ หลุยส์, ลูก้าส์ แอร์น็องเดซ, ฆวนฟราน รวมถึง ซานติเอโก้ อารีอาส ก็พร้อมจะบดไล่บี้แนวรุกทุกเมื่อ ส่วนคีย์แมนอื่น ๆ นอกจาก โกดิน อีกคนที่สำคัญ และเป็นโกลท็อปไฟว์ของโลกอย่าง แยน โอบลัค ก็คงไม่ปล่อยให้ลูกบอลเข้าไปซุกที่ก้นตาข่ายง่าย ๆ อย่างแน่นอน


ยูเวนตุส (กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี : แข่ง 14 เสีย 8)

ยูเวนตุส

จริง ๆ ไม่จำเป็นต้องสาธยายอะไรกันให้เมื่อยตุ้ม หากเราเห็นรายชื่อผู้เล่นเกมส์รับของ “ม้าลาย” ยูเวนตุส ตอนนี้

การอำลาของ จิอันลุยจิ บุฟฟอน แทบจะไม่ส่งผลต่ออัตราการเสียประตูของพวกเขาแต่อย่างใด เมื่อคนที่อยู่อย่าง วอยเช็ค เชสนี่ และ มัตเตีย เปริน ต่างเป็นผู้รักษาประตูมือดีทั้งคู่ แม้บางคนยังมองว่า บุฟฟอน นั้นเหนือกว่า แต่เชื่อเถอะว่าการเป็นผู้รักษาประตูของ ยูเว่ งานของคุณมันจะไม่ได้ชุกอะไรขนาดนั้น

ยิ่งได้ เลโอนาร์โด้ โบนุชชี่ กลับคืนมาจาก มิลาน คู่กับดูโอ จอร์โจ้ คิเอลลินี่ สองคนนี้ไม่ต้องใช้เวลาจูนกันนาน เพียงแค่เพราะระยะเวลา 1 ปี ที่ห่างกันไป ไม่กระทบต่อความรู้ใจในการสอดประสานเกมส์รับใด ๆ ทั้งสิ้น

แบ๊กซ้าย-ขวา อย่าง อเล็กซ์ ซานโดน, เชา คันเซโล่, มันเตีย เด ชิโญ่ ก็เล่นเกมส์รับได้อย่างไม่เคอะเขิน แถมแบ็กอัพเซ็นเตอร์ อย่างพวก อันเดรีย บาร์ซาญี่, ดานิเอเล่ รูกานี่ พอได้รับโอกาสก็ทำหน้าที่ได้ดีไม่แพ้ตัวหลักเลย

อย่างไรก็ตามนอกจากแผงหลัง เราต้องชมการปัดกวาดของ แบลส มาตุยดี้, โรดริโก้ เบนตันกูร์ ที่คอยสกรีนก่อนชั้นนึง แต่ก็อย่างที่ว่าแหละ ต่อให้หลุดไปถึงแดนสุดท้าย บรรดากองหลังของม้าลายก็เอาอยู่แบบไม่ได้สะทกสะท้านอะไรเท่าไรอยู่ดี


แมนเชสเตอร์ ซิตี้ (พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : แข่ง 15 เสีย 7)

แมนเชสเตอร์ ซิตี้

นอกจากจะมีเกมส์รุกที่น่าสะพรึงกลัวแล้ว ในเรื่องของเกมส์รับ “เรือใบสีฟ้า” ก็พาตัวเองขึ้นมาอยู่ในแถวหน้าของยุโรปได้กับเขาเหมือนกัน และสิ่งที่ทำให้แนวรับของ “เดอะ ซิตี้เซน” เสียประตูน้อยนิดเท่านี้ มันต่างออกไปจากบรรดาทีมต่าง ๆ ในลิสต์นิดหน่อย

เปอร์เซนต์การครอบครองบอลเฉลี่ยกว่า 64.3% ไหนจะความแม่นยำในการจ่ายบอลอีกที่ 89.4% เพียงแค่สองอย่างนี้ หากไม่ใช่ความทะเล่อทะล่า ผิดพลาดส่วนบุคคล แนวรุกของฝ่ายตรงข้ามก็ต้องใช้โอกาสที่มีให้เฉียบขาดที่สุด หากคิดจะพังประตูทีมนี้ให้ได้

นอกจากแท็คติกของทีมแล้วแผงหลังของ แมนฯ ซิตี้ ตัวจริงนี่ค่าตัวแต่ละคนเรียกว่าเกิน 50 ล้านขึ้นทั้งนั้น ไล่ตั้งแต่ อายเมริค ลาปอร์กต์, จอห์น สโตนส์, เบนฌาแม็ง เมนดี้ และ ไคล์ วอล์คเกอร์ ยังไม่นับพวกแบ็คอัพอย่าง แว็งซองต์ ก็องปานี, นิโคลัส โอตาเมนดี้ พวกนี้สามารถเป็นตัวจริงทีมอื่น ๆ ได้อย่างสบาย

แต่หากเราชำแหละสเป็คจริง ๆ แล้ว แม้แต่โกลอย่าง เอแดร์ซอน ที่นอกจากจะเหนียวแล้ว ยังเล่นบอลด้วยเท้าได้อย่างดีเยี่ยว ทุกอย่างแทบจะชี้ชัดเลยว่าการที่พวกเขาครองบอลเยอะเนี่ยแหละ เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้คู่แข่งหาโอกาสเจาะตาข่ายพวกเขาได้ยากเสียจริง ๆ


ลิเวอร์พูล (พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : แข่ง 15 เสีย 6)

ลิเวอร์พูล

เมื่อ เยอร์เก้น คล็อปป์ เริ่มรู้ตัวว่า “ทุกปัญหาแก้ได้ด้วยการซื้อ” จนเวลาผ่านมาถึงตอนนี้ ไม่น่าเชื่อว่า “หงส์แดง” จะสถาปนาตัวเองเป็นทีมที่มีแนวรับสุดแกร่ง เสียประตูน้อยที่สุดของลีกใหญ่ยุโรป ณ เวลานี้

หลังจากช่วงตลาดหน้าหนาวปีที่แล้ว เกมส์รับของ ลิเวอร์พูล ยกระดับตัวเองขึ้นมาแน่นเหนียวทันตา เพียงแค่เพราะการเข้ามาของ เวอร์จิล ฟาน ไดจค์ 75 ล้านปอนด์ที่เสียไป ไม่ได้จ่ายเพื่อแค่เป็นสถิติให้กับความสามารถของปราการหลังฝีเท้าดีคนนี้ แต่ ฟาน ไดจค์ ยังเข้ามาเป็นผู้นำและอัพเลเวลให้กับเพื่อน ๆ ร่วมทีมให้แข็งแกร่งขึ้นไปพร้อม ๆ กันอีกด้วย

และยิ่งการทุ่มซื้อ อลิสซอน เบ็คเกอร์ ด้วยค่าตัวกว่า 65 ล้านปอนด์ จากที่ใครหลายคนได้บ่นกันว่าแพงแสนแพง ทุกวันนี้หากไม่นับความมั่นใจเกินเหตุที่ อลิสซอน เสียประตูแบบงี่เง่าในเกมส์กับ เลสเตอร์ แล้วล่ะก็ กล้าพูดตรงนี้ได้เลยว่า “คุ้มค่าทุกเพนนี”

การที่คุณมีผู้รักษาประตูระดับโลกอย่าง อลิสซอน และกองหลังจาก ฟาน ไดจค์ ทำให้แนวรับคนอื่น ๆ ของทีมต่างยกระดับการเล่นของตัวเองเพราะความเชื่อมั่นในเพื่อนร่วมทีม จนเกิดเป็นการพัฒนาของรูปแบบทีม โจ โกเมซ, เดยัน ลอฟเรน, โยเอล มาติป, แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน และ เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ก็ได้กลายเป็นแผงแนวรับสุดแกร่งของยุโรปตอนนี้แบบไม่รู้ตัว

และนี่ก็คือ 5 แนวรับสุดแกร่งของลีกใหญ่ยุโรป ที่เราได้นำมาเสนอให้แฟน ๆ ทุกท่านได้อ่านกัน จนกว่าจะจบฤดูกาลเมื่อถึงตอนนั้นเราจะมาอัพเดทให้เพื่อน ๆ ได้รู้กันอีกที ว่าสุดท้ายแล้วทีมไหนกันจะเป็นแชมป์ของเกมส์รับการแข่งขันฟุตบอลลีกของบรรดาลีกใหญ่ยุโรปในฤดูกาลนี้ รอติดตามได้เลย

อ่าน อัศวิน “สีส้ม” เลือดใหม่ ในวันที่กลับมาไฉไล เหมือนในอดีต


ข่าวสารอื่นๆ ใน บอลออนไลน์ https://www.5league.com

และ FB 5 ลีก ดอท คอม

Please follow and like us:
0