เจาะ 4 ทีม “ผู้ท้าชิง” แห่งลีกกัลโช่ ลุ้นแย่ง “สคูเด็ตโต้” จากยูเว่

เจาะ 4 ทีม “ผู้ท้าชิง” แห่งลีกกัลโช่ ลุ้นแย่ง “สคูเด็ตโต้” จากยูเว่

November 12, 2018 0 By theadmin

เป็นเวลากว่า 7 ปีแล้วที่ ยูเวนตุส ครองความยิ่งใหญ่บนดินแดนมะกะโรนี โดยทีมสุดท้ายที่สามารถท้าทายทีมเจ้าของฉายา “ม้าลาย” ได้ นั่นคือ “งูใหญ่” อินเตอร์ มิลาน ภายใต้การคุมทีมของ โชเซ่ มูรินโญ่ ต่อมาในยุคที่ฟุตบอลอิตาลีไม่ได้ฮิตฮอตอย่างในอดีต ทำให้หลาย ๆ ทีมที่คิดจะต่อกรกับ ยูเว่ ล้วนต้องอกหักซ้ำแล้วซ้ำเล่า สาเหตุหนึ่งคีอ ทีมอื่นมักเสียสตาร์ตัวสำคัญไปให้กับสโมสรชั้นนำของลีกอื่น ผิดกันกับ ยูเว่ ที่เสริมทัพแข็งแกร่งอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะขายใครออกไป ก็มักจะมีนักเตะคุณภาพไม่ต่างกันเข้ามาแทนทีอย่างสม่ำเสมอ

ฤดูกาลนี้ก็เช่นกัน ยูเวนตุส ยังคงแข็งแกร่งเช่นเคย โดยเฉพาะการมาของ เมื่อได้ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ โคตรซุปเปอร์สตาร์ ส่วนผลงานก็อย่างที่เห็นกัน ยูเว่ เป็นทีมเดียวที่ยังไม่พลาดท่าให้ใครเลยในตอนนี้ และหากใครยังจำได้ ปีที่แล้ว นาโปลี ที่อุตส่าห์กวาดไปถึง 91 แต้มในลีก ยังไม่สามารถล้ม ยูเว่ ได้เลย

วันนี้เราเลยจะพาคอบอลอิตาลี ไปเจาะขุมกำลังของเหล่าทีมลุ้นแชมป์กันหน่อย ว่าจะมีใครบ้าง ที่ดีพอจะอาจหาญพราก “สคูเด็ตโต้” มาจากอ้อมอกของขุนพลเบียงโคเนรี่ได้

อินเตอร์ มิลาน

อินเตอร์ มิลาน 2

“งูใหญ่” อินเตอร์ มิลาน ที่กำลังดีวันดีคืนทั้งเรื่องภายในของสโมสรรวมถึงฟอร์มการเล่นที่กำลังเข้าฝักอยู่ในตอนนี้ โดยทัพงูใหญ่ คุมทีมโดย ลูเซียโน่ สปัลเล็ตติ กุนซือหัวใสมากฝีมือ ผู้เคยพา “หมาป่า” โรม่า เบียดลุ้นแชมป์กับ ยูเวนตุส มาแล้ว สิ่งนี้แหละที่กลุ่มทุน “ซูหนิง” จากจีน เจ้าของทีม อินเตอร์ ในปัจจุบัน ให้ความสำคัญเป็นลำดับต้น ๆ กับประสบการณ์สำหรับพาทีมไล่ล่าแชมป์ ซึ่ง สปัลเล็ตติ น่าจะตอบโจทย์ในข้อนี้ได้เป็นอย่างดี

ก่อนฤดูกาลจะเริ่ม อินเตอร์ เสริมทัพได้อย่างคึกคัก คว้า สเตฟาน เดอ ฟรายจ์ ปราการหลังคนสำคัญมาจากคู่แข่งลุ้นพื้นที่ยูซีแอลอย่าง ลาซิโอ มาแบบฟรี ๆ รวมถึง ควัดโว่ อซาโมอาห์ ก็ได้มาแบบไม่มีค่าตัวเช่นกัน

ส่วนในรายอื่น ๆ ก็ยังมีทั้ง เลาตาโร่ มาร์ติเนซ ศูนย์หน้าดาวโรจน์อาร์เจนไตน์ ซิเม่ เวอร์ซัลจ์โก้, เกอิต้า บัลเด้, มัตเตโอ โปลิตาโน่ ที่ยืมตัวมาโดยพ่วงออพชั่นซื้อขาดไว้ด้วยหากฟอร์มแจ่ม และที่ฮือฮาที่สุดนั่นคือการทุ่มซื้อ รัดย่า นาอิงโกลัน มิดฟิลด์ฮาร์ดแมนมาจากอ้อมออกของ โรม่า ประกอบกับกลุ่มนักเตะตัวหลักที่มีอยู่แล้วถือว่าไม่ขี้เหร่เลย

ขุมกำลังของ อินเตอร์ มิลาน ชุดนี้แข็งแกร่งเลยทีเดียว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเกมรับ จาก 11 เกม แผงหลังของ อินเตอร์ เสียไปเพียงแค่ 6 ลูกเท่านั้น น้อยกว่า ยูเวนตุส ทีมที่ขึ้นชื่อว่ามีเกมรับเหนียวแน่นเสียอีก

ผลงานในส่วนนี้ต้องยกความดีความชอบให้กับสองปราการหลังตัวหลักอย่าง มิลาน สคริเนียร์ เซนเตอร์อนาคตไกล และ สเตฟาน เดอ ฟรายจ์ ที่หากใครตามดู ลาซิโอ มาตลอดจะรู้เลยว่า หมอนี่เหนียวแน่แค่ไหน หากผ่านสองคนนี้ไปได้ยังมีโกลจอมเหนียวอย่าง ซาเมียร์ ฮันดาโนวิช เป็นด่านสุดท้ายอีก ไม่แปลกใจเลยที่ อินเตอร์ ชุดนี้มีเกมรับที่เหนียวแน่นมาก

ทัพนักเตะแนวรุกก็ไม่น้อยหน้า เมื่อกระทุ้งประตูเป็นอันดับสองร่วมกับคู่แค้นร่วมเมือง “ปีศาจแดง-ดำ” เอซี มิลาน ที่ 21 ประตู เป็นรอง ยูเวนตุส และ นาโปลี ที่ 24 ลูก เท่านั้น รังสรรค์โดยแผงมิดฟิลด์ห้องเครื่อง อย่าง รัดย่า นาอิงโกลัน, มัตเตีย เวชิโน่, มาร์เซโล่ โบรโซวิช, โรแบร์โต้ กาญาร์ดินี่ มีพวก อันโตนิโอ คันเดรว่า กับ บอร์ฆา บาเลโร่ เป็นตัวสอดแทรก

อินเตอร์ มิลาน

ส่วนแกนนำในการทะลวงประตู ก็ไม่ใช่ใครที่ไหน เป็น เมาโร อีคาร์ดี้ ดาวเตะตัวหลักกัปตันของทีม ที่หวดไปแล้ว 6 ลูกในลีก นำเป็นดาวซัลโวของ อินเตอร์ และหากนับรวมทุกถ้วย อีคาร์ดี้ ที่กำลังเครื่องร้อน จัดการซัดไปแล้วถึง 9 ประตู จากการลงเล่น 11 เกมเท่านั้น ผนึกกำลังกับตัวป้อนชั้นดีอย่าง อีวาน เปริซิช ปีกฟอร์มแรงบอลโลกที่ต่อยอดสิ่งเหล่านี้กลับมาเล่นให้ทีมต้นสังกัด

ส่วนพวกที่มาใหม่อย่าง เลาตาโร่ มาร์ติเนซ, เกอิต้า บัลเด้, มัตเตโอ โปลิตาโน่ พอได้รับโอกาส ก็สามารถทำหน้าที่และเล่นเข้ากับแท็คติกของ สปัลเล็ตติ ได้เป็นอย่างดี

จากขุมกำลังที่มี รวมถึงฟอร์มการเล่นที่กำลัง “ออนไฟร์” อยู่ ณ ตอนนี้ อินเตอร์ ของ สปัลเล็ตติ กำลังมาถูกทางแล้ว แต่หากต้องการลุ้นถึงแชมป์ เหล่ากองทัพงูใหญ่ต้องเพิ่มความดุดันและความคงเส้นคงวาเข้าไปอีก เพราะมาตรฐานที่ ยูเว่ นั้นตั้งไว้สูงมาก ขนาด นาโปลี ได้ 91 แต้ม ยังไม่สามารถแซงคว้าแชมป์ได้เลยเมื่อฤดูกาลที่แล้ว


นาโปลี

นาโปลี 2

กัด ยูเว่ ทุกปี ไม่มีปล่อย สำหรับอีกแคนดิเดตผู้ท้าชิงอย่าง “นาโปลี” คู่ปรับตัวฉกาจของ ยูเวนตุส ที่แม้จะเสียผู้เล่นตัวสำคัญของทีมไปแทบจะทุกปี แต่ก็สามารถหาคนทดแทนได้ตลอด ไล่ตั้งแต่ยุคของ เอดินสัน คาวานี่ เรื่อยมาจนถึง กอนซาโล่ อิกวาอิน

ยูยิ่งในฤดูกาลนี้นอกจากทีมจะขาย จอร์จินโญ่ ห้องเครื่องตัวสำคัญของทีมแล้ว ยังเสีย เมาริซิโอ ซาร์รี่ กุนซือมือฉมังของทีม คนที่ปลุกปั้น นาโปลี ให้มีเกมรุก สนุกสนานเร้าใจ มีลุ้นแชมป์ตลอดในช่วงหลัง ทั้งคู่โดนเหมาแพ็กเกจโดย เชลซี ทีมมหาเศรษฐีจากลอนดอน

แต่กระนั้น ท่านประธานคนเก่ง ออเรลิโอ เด ลอเรนติส ก็สามารถดึงตัวโค้ชมากฝีมืออย่าง คาร์โล อันเชล็อตติ เข้ามาแทนที่ได้แบบสมน้ำสมเนื้อ หนำซ้ำยังอุตส่าห์บลัฟคนเก่าอย่าง ซาร์รี่ ว่าทำทีมดีแต่ไม่มีแชมป์ ซึ่งต่างกับ “อันเช่” ที่การันตีทั้งสคูเต็ตโต้ รวมทั้งเจ้าถ้วยหูใหญ่ใบโตอย่างแชมเปี้ยนลีกอีกด้วย

แม้จะต้องเสียผู้เล่นตัวหลักอย่าง จอร์จินโญ่ ไป แต่ด้วยยี่ห้อของ อันเชล็อตติ แล้ว ขุมกำลังที่รักษาไว้ได้ ก็จัดว่าอยู่ในระดับท็อปของลีกอยู่ดี แต่ อันเช่ ก็ไม่ประมาทจัดการเสริมทีมให้มีขนาดเพียงพอหมุนเวียนตลอดฤดูกาล

นาโปลี ทำการสอย ซิโมเน่ แวร์ดี้ หัวหอกตัวเก่งมากจาก โบโลญญ่า, ฟาเบียน รุยซ์ ตัวรุกดาวรุ่งมากพรสวรรค์จาก บีญาร์เรอัล แถมยังได้ผู้รักษาประตูมือดีอย่าง ดาวิด ออสปิน่า ของ อาร์เซน่อล รวมถึงนักเตะคนอื่น ๆ อย่าง ออเรสติส การ์เนซิส, อเล็กซ์ เมเร็ต, เควิน มัลกีต์ และ นิโคล่า มัคซิโมวิช ที่กลับมาจากยืมตัว

นาโปลี

เกมรับในปีนี้ของ นาโปลี ดูจะรั่วไปหน่อยเมื่อเสียไปถึง 12 ลูก จาก 11 เกม อาจจะเป็นเพราะวัยที่เริ่มโรยราของ ราอูล อัลบิโอล ด้วย เมื่อถึงตลาดหน้าหนาว เด ลอเรนติส ต้องเริ่มมองหาคู่ขาคนใหม่มาประสานงานกับ คาลิดู คูลิบาลี่ย์ ปราการหลังคนสำคัญของทีมซะแล้ว หากอยากขันเกมรับให้แน่นขึ้น

เรื่องของเกมรุก กลายเป็นซิกเนเจอร์ของ นาโปลี ไปซะแล้ว เพราะต่อให้เปลี่ยนกุนซือ แต่กองทัพจากเนเปิลส์ก็ยังยิงกระจายกันเหมือนเดิม ขับเคลื่อนเกมรุกด้วยจอมทัพกัปตันทีม มาเร็ค ฮัมซิค ผนึกกับ ปิออเตอร์ ซิลีนสกี้ มี อัลลาน ทำหน้าที่เชื่อมเกม ปัดกวาดเกมรับก่อนถึงแผงหลัง

ส่วนแผงกองหน้ายังคงเป็นสามประสานชุดเก่ง โฆเซ่ กาเญฆ่อน ปั้นเกมทางกราบขวา ลอเรนโซ่ ประจำการทางฝั่งซ้าย หน้าเป้าเป็น ดรีส เมอร์เท่นส์ สลับกันเล่นกับ อาคาดิอุซ มิลิค ตามแต่ อันเช่ ต้องการวางแท็คติคแบบไหน มีพวกตัวที่เข้ามาใหม่อย่าง แวร์ดี้, ฟาเบียน รุยซ์ คอยสนับสนุน

ปีที่แล้ว นาโปลี คงจำได้ดี ว่าต้องทำขนาดไหนถึงจะโค่นม้าลายให้หล่นจากบัลลังก์ได้ แต่ก่อนจะมองถึงจุดนั้น เวลานี้ อันเช่ ต้องทำอะไรซักอย่างกับเกมรับ ให้มีความเหนียวแน่นกว่าที่เป็นอยู่ เนื่องจากเกมรุกที่มีอยู่ มันบุกได้สะเด่าอยู่แล้ว


เอซี มิลาน

เอซี มิลาน 2

เอาชนะได้ถึง 5 เกม จาก 6 เกมหลังสุด ตอนนี้ ปีศาจแดง-ดำ ค่อย ๆ ดอดขึ้นมาลุ้นแชมป์แบบห่าง ๆ กับเขาด้วยแล้ว

ณ ปัจจุบัน เอซี มิลาน เป็นสโมสรที่เสริมทัพได้บ้าคลั่งที่สุดทีมนึในยุโรป หรือในโลกเลยก็ว่าได้ เพราะหลังจากโดนเทคโอเวอร์ มิลาน แทบจะเปลี่ยนนักเตะยกชุด เหลือเพียงนักเตะไม่กี่คนที่เล็ดรอดมาจากยุคเก่า และนี่แหละคือปัญหาสำคัญของทีม เพราะการที่นักเตะหลายคนต้องมาร่วมซ้อม ร่วมอยู่ด้วยกันในเวลาอันสั้น ต่อให้พวกเขามีความเก่งกาจ หรือพรสวรรค์แค่ไหน ยังไงมันก็ต้องให้เวลาปรับตัวกันบ้าง

จากตลาดสุดเดือดในปีที่แล้ว มาฤดูกาลนี้ก็ยังคงเสริมหนักเช่นเคย ได้ เปเป้ เรน่า,,อีวาน สตรินิช และ อเลน ฮาลิโลวิช มาแบบฟรี ดึง ฟาบิโอ บอรินี่ กลับมาเล่นในอิตาลี จัด ดิเอโก้ ลาซัลต์, ซามู กาสตีเญโฆ่ และ มัตเตีย คัลดาร่า มาเสริมความคึกหัก เพิ่มคุณภาพเชิงลึกให้ทีม ยังมี ตีมูเอ บากาโยโก้ ที่ยืมมาจากเชลซี ตบท้ายด้วยทีเด็ด ยืม กอนซาโล่ อีกวาอิน มาเสริมเป็นอาวุธหนักในแดนหน้าให้กับทีม

จุดเด่นของ มิลาน ในยุคนี้ เป็นไปตามแคแรคเตอร์ของกุนซืออย่าง เจนนาโร่ กัตตูโซ่ เป็นปีศาจแดง-ดำ ที่สู้ไม่ถอย สู้จนกว่าสัญญานกหวีดหมดเวลาจะดัง ทำให้มีประตูเกิดขึ้นในท้ายเกมอยู่บ่อย ๆ กระนั้นด้วยความอ่อนแท็คติกประกอบกับความด้อยประสบการณ์ของผู้เล่นหลายคนในทีม มักจะถูกเล่นงานช่วงเวลาสำคัญ ๆ เหมือนกัน

เอซี มิลาน

โดยตำแหน่งมือกาวยังคงเป็นของ จิอันลุย ดอนนารุมม่า โกลดาวรุ่งของทีม มี อเลสซิโอ โรมันญอลี่ ยืนหลังคู่กับ มัตเตโอ มูซัคคิโอ ขนาบข้างด้วย ดาวิเด้ คาลาเบรีย และ ริคาร์โด้ โรดริเกซ แบ็กจอมเตะลูกนิ่งชาวสวิส แผงกลางมี ฟร้องค์ เกสซี่, ลูคัส บีเกลีย, จาโคโม่ โบนาเวนตูร่า ประสานงานร่วมกัน

ส่วนในแนวรุกของทีม ปั้นเกมทางขวาโดย ซูโซ่ ที่ฟอร์มกำลังร้อนแรง เป็นผู้นำในการแอสซิสต์อยู่ที่ 8 ครั้ง ส่วนฝั่งซ้ายเป็นหน้าที่ของ ฮาคาน ชัลฮาโนกลู พร้อมจบสกอร์ด้วยความคมของ กอนซาโล่ อีกวาอิน ยังไม่รวมพวกทีเด็ดอย่าง พาทริค คูรโตเน่ หอกดาวรุ่งลูกหม้อของทีม ซามู กาสตีเญโฆ่ ที่พร้อมลงมาเปลี่ยนเกมได้ตลอดเวลา

ปีนี้ฟอร์มของ เอซี มิลาน มาดีกว่าฤดูกาลที่แล้วมาก อาจะเป็นเพราะว่าตัวหลัก ๆ ที่ซื้อมาในปีก่อนเริ่มปรับตัวได้ และตัวที่เข้ามาใหม่ก็เข้ามาเสริมได้เป็นอย่างดี เลยทำให้ผลงานในปีนี้กระเตื้องขึ้นกว่าปีก่อน แต่หากพูดถึงการลุ้นแย่งแชมป์แล้ว ขอพักไว้ก่อนดีกว่า เอาแค่ประคองตัวให้กลับไปเล่นแชมป์เปี้ยนลีกได้ ก็ถือว่าประสบความสำเร็จมากแล้ว สำหรับพลพรรคปิศาจแดง-ดำ ชุดนี้


ลาซิโอ

ลาซิโอ 2

เฉียดไปนิดเดียวสำหรับการไปเล่นแชมเปี้ยนลีกของ ลาซิโอ ภายใต้การคุมทีมโดย ซิโมเน่ อินซากี้ กุนซือเลือดใหม่ไฟแรงอดีตผู้เล่นของทีมเอง ที่ผลงานนั้นดีวันดีคืน ยกระดับทีมขึ้นไปได้เรื่อย ๆ

อินทรีฟ้า-ขาว ในการคอนโทรลของ อินซากี้ เป็นทีมที่มีเกมรุกจัดจ้านเป็นอย่างมาก ในฤดูกาลที่แล้ว อินซากี้ ก็พาทีมของเขายิงประตูได้มากที่สุดในลีก ถึง 89 ประตู เป็นจำนวนมากกว่า ยูเวนตุส ทีมแชมป์เสียอีก

ขุมกำลังของทีมยวบลงไปพอสมควร เมื่อต้องเสีย สเตฟาน เดอ ฟรายจ์ ไปให้กับ อินเตอร์ แบบฟรี ๆ ทั้งยังขาย เฟลิเป้ แอนเดอร์สัน ไปให้กับ เวสต์แฮม กับสองตำแหน่งนี้ อินซากี้ ทดแทนโดยซื้อ ฟรานเชสโก้ อาแชร์บี้ จาก ซาสซูโอโล่ และ ฆัวกิน กอร์เรอา ปีกจาก เซบีญ่า รวมถึงได้ มิลาน บาเดลจ์ มาร่วมทัพแบบฟรี ๆ

ลาซิโอ

ทัพของอินทรีฟ้า-ขาว ประกอบไปด้วย โธมัน สตราโคช่า โกลจอมหนึบยึดมือหนึ่งเช่นเคย มีตัวใหม่อย่าง อาแชร์บี้ มาเป็นตัวหลักในแผงหลังแทนที่ เดอ ฟราย

ส่วนแผงกองกลางมีตัวทีเด็ด ที่เนื้อหอมเหลือเกินอย่าง เซอร์เกจ์ มิลินโควิช-ซาวิช ประสานงานร่วมกับ มาร์โก ปาโรโล่ มี ลูคัส เลว่า คอยตัดเกม แดนหน้ามี หลุยส์ อัลแบร์โต้ ตัวรุกทีเด็ดชาวสเปนคอยปั้นเกมอยู่ด้านหลัง ชิโร่ อิมโมบิเล่ หัวหอกตัวความหวังของทีม ที่เมื่อฤดูกาลที่แล้วคว้าดาวซัลโวร่วมกันกับ เมาโร อีคาร์ดี้ ของ อินเตอร์ ที่ 29 ประตูเท่ากัน

ปัญหาของ ลาซิโอ อยู่ที่ขุมกำลังที่มีขนาดเล็กเกินไป หากเทียบกับสามทีมก่อนหน้านี้ รวมถึงทีมที่อยู่บนบัลลังก์เองอย่าง ยูเว่ ยิ่งไม่ต้องพูดถึง แต่ถ้าลองขยับเป้าจากหวังแย่งลุ้นแชมป์ มาทำอันดับไปเล่นแชมเปี้ยนลีกให้ได้ เพื่อลบความผิดหวังจากปีก่อนที่ทำได้แค่เกือบ หากเป็นเป้าหมายนี้ อิมโมบิเล่ และผองเพื่อน พร้อมจัดให้ อินซากี้ ได้อยู่

ตอนนี้ยังผ่านไปไม่ถึงครึ่งทางของฤดูกาล ต้องมาตามดูกันว่า เหล่าบรรดา “ผู้ท้าชิง” จะสามารถไล่ขึ้นไปหายใจรดต้นคอ ยูเว่ ได้ใกล้กว่านี้อีกมั้ย หรือจะเป็นแค่ ยูเวนตุส ที่จะเข้าเกียร์ม้าขโยกหนีพวกเขาไปเรื่อย ๆ

การแข่งขันนี้เป็นแบบมาราธอน สุดท้ายแล้วทีมไหนจะสมหวัง ติดตามความมันส์ไปกับ กัลโช เซเรีย อา ฤดูกาลนี้ไปพร้อม ๆ กัน แล้วผลจะเป็นยังไง จบฤดูกาล รู้กัน !

อ่าน “The New Era” เมื่อโคตรนักเตะแห่งยุค 2000 เริ่มผันตัวมาเป็น “กุนซือ” ฟุตบอล


ข่าวสารอื่นๆ ใน บอลออนไลน์ https://www.5league.com

และ FB 5 ลีก ดอท คอม

Please follow and like us:
0