10 เรื่องที่อาจยังไม่รู้ของ สโมสร ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก “เรอัล มาดริด”

10 เรื่องที่อาจยังไม่รู้ของ สโมสร ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก “เรอัล มาดริด”

October 22, 2018 0 By theadmin

หากจะกล่าวถึงเมืองหลวงของประเทศสเปนอย่าง “มาดริด” เมื่อไหร่ เชื่อได้เลยว่ามากกว่า 90% ของแฟนลูกหนังอย่างเรา ๆ ท่าน ๆ แทบจะพ่วงคำว่า “เรอัล” แถมไปข้างหน้าด้วยความชินปากอย่างเลี่ยงไม่ได้ ต่อให้คุณไม่ใช่แฟนคลับของสโมสรนี้ก็ตาม

“เรอัล มาดริด” สโมสรยักษ์ใหญ่ มหาอำนาจลูกหนังแดนกระทิงดุหรือใครจะนิยามว่าอย่างไร เพิ่งสร้างประวัติศาสตร์ยิ่งใหญ่ในปีที่ผ่านมา หลังจารึกตัวเองเป็นสโมสรแรกที่สามารถคว้าแชมป์ ยูฟ่าแชมป์เปี้ยนลีก ได้ 3 สมัยติด นับตั้งแต่เปลี่ยนชื่อรายการมาจาก “ยูโรเปี้ยนคัพ” และจากความสำเร็จบนเวทียุโรปนี้เอง ทำให้ เรอัล มีสาวกหน้าใหม่เพิ่มขึ้นอีกมากมาย แถมยังเกิดขึ้นด้วยเรื่องบนสนามล้วน ๆ ไม่ต้องหวังพึ่งแคมเปญ “กาลาคติกอส” ของท่านประธานอย่าง ฟลอเรนติโน่ เปเรซ แต่อย่างใด

มาในวันนี้ เราเลยอยากจะพาแฟนบอลทุกท่านไปรู้จักกับ เรอัล มาดริด สโมสรที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก ให้มากขึ้นยิ่งกว่าเดิม ไม่ว่าจะเป็นหน้าเก่าหรือหน้าใหม่ จะใช่แฟนราชันชุดขาวหรือไม่ใช่ ก็สามารถร่วมเสพไปด้วยกันได้

10 เรื่องที่คุณอาจไม่รู้เกี่ยวกับ เรอัล มาดริด สโมสรที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก

1. มงกุฎบนตราสโมสรหมายถึงอะไร ?

หากคุณเป็นแฟน ๆ ของ ราชันชุดขาว แต่ถ้ามีใครถามก็ควรตอบให้ได้แบบหล่อ ๆ กับเรื่องมงกุฎบนตราสโมสรนี้

“มงกุฎ” ที่ปรากฎอยู่ในตราสโมสรของทีมนั้น ไม่ได้ออกแบบมาเท่ ๆ หรือใครอยากจะใส่เข้าไปก็สามารถ แต่สิ่งนี้มันหมายความว่าทีม ๆ นั้นมีส่วนเกี่ยวข้องกับ “กษัตริย์” ต่างหากล่ะ

เรอัล มาดริด

หลังจากก่อตั้งสโมสรด้วยชื่อ “Madrid Club de Futbol” เมื่อปี 1902 จนกระทั่ง ปี 1920 พระเจ้าอัลฟองโซที่สิบสอง ได้พระราชทานนามคำว่า “Real” ใช้นำหน้าชื่อสโมสร นับแต่นั้นมาชื่อสโมสรจึงได้เปลี่ยนเป็น “Real Madrid Club de Futbol” และมีตรามงกุฏประดับตราสโมสรมาจนจวบปัจจุบันนี้

 

2. มหาอำนาจลูกหนังแห่งแดนกระทิงดุ

ข้อนี้อาจถูกถกเถียงโดยชาวคาตาลัน และแฟน ๆ “บาร์เซโลน่า” เพราะหากนับในช่วง 10 หลังสุดที่ผ่านมาทีมจากแคว้น “คาตาลุนญ่า” นั้นกวาดโทรฟี่เป็นว่าเล่นพ่วงกับสถิติเป็นสโมสรที่คว้าแชมป์รายการระดับเมเจอร์มากสุดที่ 87 รายการ ซึ่ง เรอัล มาดริด นั้นตามมาเป็นอันดับสองที่ 85 ถ้วย

ราชันชุดขาว

แต่อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าคุณจะชอบหรือไม่ แต่ยอมรับเถอะว่า เรอัล มาดริด นั้นถูกยกเป็นสโมสรที่มีอิทธิพลมากสุดในสเปน และยังได้รับการโหวตจากฟีฟ่าว่าเป็นสโมสรที่ประสบความสำเร็จมากสุดในศตวรรษที่ 20 กันเลยทีเดียว

 

3. คงกระพันบนลีกสูงสุด

นับตั้งแต่ฟุตบอลลีกสูงสุดแห่งประเทศสเปนได้ถือกำเนิดขึ้นมาเมื่อปี 1929 นับจนมาถึงปัจจุบัน รวมแล้วก็ 89 ปี มีเพียง 3 ทีมเท่านั้น ที่อยู่รอดบนลีกสูงสุดนี้มาตลอด และหนึ่งในนั้นคือ เรอัล มาดริด สโมสรนี้

ไม่ใช่เรียกว่าแค่อยู่รอดแต่ทั้ง 3 ทีมนี้ซึ่งประกอบไปด้วย บาร์เซโล่น่า, แอธเลติก บิลเบา และ เรอัล มาดริด กวาดแชมป์ลีกสูงสุดรวมกันถึง 66 สมัย และเป็นท็อป 4 ของสโมสรที่คว้าแชมป์ลีกได้มากสุดในประเทศ และแน่นอนสโมสรที่คว้าแชมป์ได้มากที่สุดใน 89 ฤดูกาลที่มีการแข่งขัน นั่นก็ไม่ใช่ใคร คือ เรอัล มาดริด นั่นเองที่ฟาดแชมป์ไปถึง 33 สมัยด้วยกัน โดยมีอริตลอดกาลอย่าง บาร์เซโลน่า ตามมาห่าง ๆ ที่ 25 สมัย

 

4. ทำไมราชันต้องชุดขาว ?

มันเพราะอะไรกันนะ ทำไม เรอัล มาดริด ถึงมีชุดเหย้าเป็นสีขาวล้วนแบบนี้ นั่นเป็นเพราะเพื่อให้เข้ากับความเป็นราชันอันสูงส่งนั่นหรือเปล่า ?

คำตอบนี้มีหลายตำนานมากมายและหลากหลายให้ได้เลือกติดตาม แต่เรื่องราวที่ผู้คนนั้นนิยมชมชอบกันมากที่สุดกลับเป็นเรื่องราวที่แสนจะ “ธรรมดา” ไม่ได้สมกับศักดินาของทีมสักเท่าไร

ที่ต้องย้อนกลับไปถึงสมัยฟุตบอลระดับรากหญ้าของสเปน โดยจุดเกิดเหตุจากการใส่ชุดขาวนั้นเริ่มมาจากที่เด็กสมัยนั้นมักนิยมสวมเสื้อตัวในสีขาวก่อนสวมเสื้อนอกทับ แล้วพอถึงคราวพวกเขาจะฟาดแข้งกัน พวกเขาก็แค่ถอดมันออกจนทำให้เหลือแต่เสื้อตัวในแค่นั้น เพื่อไม่ให้เสื้อนอกต้องเลอะ

 

5. หนึ่งในทีม “ร่ำรวย” ที่สุดในโลก

พอพูดกันถึงความร่ำรวยอาจต้องขยายความกันก่อน ว่าการร่ำรวยในที่นี้ที่กำลังจะพูดถึงในแง่ของรายได้และมูลค่าของทีม ที่ต้องบอกแบบนี้ เพราะหากเราวัดกันเงินในบัญชีธนาคารของเจ้าของทีมแล้วล่ะก็ ชื่อของ ปารีส แซงต์-แชร์กแม็ง และ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ จะเข้ามาร่วมวงในทันทีหรือแซงเลยก็เป็นไปได้

ฟลอเรนติโน่ เปเรซ

ด้วยความสำเร็จมากมายของ ราชันชุดขาว ทั้งในอดีตจวบจนถึงทุกวันนี้ รวมถึงการเรียกแฟนคลับเพิ่มขึ้นมาอีกเพียบจากโปรเจค “กาลาคติกอส” ของ ฟลอเรนติโน่ เปเรซ ในช่วงต้นยุค 2000 ทำให้ในปัจจุบัน เรอัล มาดริด อาจเป็นหนึ่งในทีมที่มีมูลค่ามากสุด จากรายได้กว่า 600 ล้านยูโรต่อปีกับฐานแฟนบอลขนาดใหญ่ที่จำนวนมากกว่า 228 ล้านคน

 

6. แมตช์อันแสนน่าจดจำกับคู่ปรับตลอดกาล

เมื่อกล่าวถึงอริตัวฉกาจของ เรอัล มาดริด แล้ว แน่นอน.. ทีม ๆ นั้นคือ บาร์เซโลน่า จากความสำเร็จที่บดบี้ขยี้กันมาแบบชนิดหายใจรดต้นคอกัน รวมถึงเรื่องการเมืองอันเข้มข้นระหว่างสองสโมสรที่มีมาอย่างยาวนาน นี่คือคู่ปรับที่สมน้ำสมเนื้อที่สุดแล้วบนโลกแห่งฟุตบอล

สโมสรที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก

แม้ในช่วงหลังจะเป็น บาร์เซโลน่า มากกว่าที่สร้างผลงานในศึก “เอล กลาซิโก้” ได้น่าจดจำมากกว่าพลพรรคราชันชุดขาว แต่สิ่งที่แฟน ๆ เรอัล สามารถขิงได้ไปจนวันตายคือ ชัยชนะมโหฬารในปี 1943 โดย เรอัล มาดริด สามารถไล่ถล่ม บาร์เซโลน่า ได้ถึง 11-1 หลังจากพ่ายในเกมแรกที่พบกัน 3-0 และแม้เหตุการณ์นั้นจะเกิดขึ้นเมื่อนานมามากแล้ว แต่ยังไงซะ “สถิติก็คือสถิติ”

 

7. อัลเฟรโด้ ดิ สเตฟาโน่ ผู้เป็นตำนาน

จากความสำเร็จมากมายของ เรอัล มาดริด เขาคนนี้คือหนึ่งในตำนานผู้ร่วมวางรากฐานให้ทีมจนกลายเป็นสโมสรที่ยิ่งใหญ่ที่สุดสโมสรนึงของโลกในปัจจุบันนี้ ด้วยสถิติการทำประตูอย่างท่วมท้นกว่า 308 ประตู จากการลงเล่นให้ เรอัล 396 นัด และเป็นหนึ่งผู้เล่นที่พาทีมคว้าแชมป์ยูโรเปี้ยนคัพติดต่อกัน 5 สมัยติด

เรอัล มาดริด สโมสรที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก

สำหรับทีมราชันชุดขาวแล้ว ดิ สเตฟาโน่ ได้รับการยกย่องเป็นนักฟุตบอลที่ดีที่สุดตลอดกาล แม้หลายคนจะไม่เห็นด้วย โดยกล่าวว่า ดิ สเตฟาโน่ เป็นเพียงหนึ่งผู้เล่นที่ดีที่สุดในยุโรปก็ตาม ถึงปัจจุบัน แม้สถิติการทำประตูของเขาจะถูกทำลายลงโดย คริสเตียโน่ โรนัลโด้ แล้วก็ตาม แต่หากถามแฟน “เรอัล” ตัวยงว่าใครคือตำนานที่แท้จริง.. คำตอบของใครหลายคนนั้นก็ยังคงเหมือนเดิม

 

8. ราชันชุดขาวเลือดกระทิง

รู้ไหมว่า ตั้งแต่ก่อตั้งสโมสรมาในปี 1902 คนที่สามารถจะดำรงตำแหน่งประธานสโมสรของ เรอัล มาดริด ได้ต้องเป็นคนสเปนเท่านั้น ! เริ่มตั้งแต่ ฆูเลียน ปาลาซิออส ประธานคนแรก เดินทางผ่านกาลเวลาจนมาถึง ฟลอเรนติโน่ เปเรซ ประธานสโมสรคนปัจจบัน ทุกคนล้วนจำเป็นต้องมีสายเลือดกระทิงดุนั่นเป็นลิขิตแรก หากคุณหมายมั่นจะเป็นผู้นำของสโมสรมหาอำนาจแห่งนี้

 

9. หลงรักนักเตะระดับโลก

เรอัล มาดริด ถนัดยิ่งนักในการทุบเพดานสถิติในการซื้อตัวนักเตะระดับโลกเข้ามาประดับประดาทีมอยู่เสมอ ไล่เรียงมาตั้งแต่ยุค “กาลาคติกอส” ที่ไปคว้าเอา หลุยส์ ฟิโก้ สตาร์ของอริตัวฉกาจ ก่อนทำลายสถิติโลกของตัวเองในปีถัดมาทันที ด้วยการสอย ซีเนอดีน ซีดาน จอมทัพชาวฝรั่งเศสมาจากยูเวนตุส

ก่อนที่ในปี 2009 จะจัดการกระชากตัว คริสเตียโน่ โรนัลโด้ มาจากอ้อมอกของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ด้วยค่าตัวกว่า 94 ล้านยูโร และทำลายสถิติตัวเองซ้ำอีกทีในปี 2014 เป็นจำนวนเงินกว่า 100 ล้านยูโร ซึ่งเป็นสถิติสโมสรมาจนถึงปี 2018 นี้ สำหรับเป็นสินสอดที่ต้องยกให้กับ ท็อตแน่ม ฮอทสเปอร์ส เพื่อแลกกับหมึกลายเซ็นของ แกเร็ธ เบล

แกเร็ธ เบล

คงต้องติดตามกันว่าท่านประธาน ฟลอเรนติโน่ เปเรซ ที่หมายตา เนย์มาร์ กับ คิลิยัน เอ็มบัปเป้ อยู่จะคันไม้คันมืออีกเมื่อไหร่และเมื่อเวลานั้นมาถึง เรอัล อาจได้ทุบคลังเพื่อทำในสิ่งที่ตัวเองคุ้นเคยอย่างดีเป็นแน่แท้

 

10. ราชันชุดขาว “จ้าวยุโรป”

ไม่ใช่แค่ความรวยหรือมูลค่าของสโมสรเท่านั้น ที่ทำให้ เรอัล มาดริด ยิ่งใหญ่ แต่เป็นประวัติศาสตร์และแชมป์ต่างหากที่ทำให้ทีมก้าวไปสู่จุดนั้น

Real Madrid

เรอัล มาดริดเป็นทีมที่สามารถคว้าแชมป์สโมสรยุโรปได้มากที่สุดถึง 13 ครั้ง ไม่ว่าจะเป็นสถิติแบบเก่าหรือแบบใหม่ ทั้งการคว้าแชมป์ยูโรเปี้ยนเดิมถึง 5 สมัยติดในยุค ดิ สเตฟาโน่ หรือที่เพิ่งผ่านมาสด ๆ ร้อน ๆ ด้วยการคว้าแชมป์เปี้ยนลีก 3 สมัยติดอย่างยิ่งใหญ่ในปีที่ผ่านมา โดยทิ้งอันดับสองอย่าง เอซี มิลาน ที่ได้ 7 สมัยแบบไม่เห็นฝุ่นกันเลย และจากสถิติที่กล่าวไปทั้งหมดข้างต้น คงไม่มีใครคิดกังขากับฉายานี้แล้ว “เจ้ายุโรป”

จัดให้กันแบบจุใจเลยนะสำหรับแฟน ๆ ราชันชุดขาว ทั้งหน้าใหม่และรุ่นเก๋า ซึ่งทั้งหมดนี้คือ เรื่องที่คุณอาจยังไม่รู้เกี่ยวกับ เรอัล มาดริด สโมสรที่ร่ำรวยและมีมูลค่ามากที่สุดทีมนึงของโลก รวมถึงเป็นจุดหมายปลายฝันของนักเตะระดับโลกหลายต่อหลายคน ที่พากันตบเท้าก้าวเข้ามาช่วยสร้างประวัติศาสตร์ให้กับสโมสรแห่งนี้อย่างไม่ขาดสาย และยังคงเดินหน้าไล่ล่าความสำเร็จกันต่อไปไม่หยุดยั้ง

อ่านข่าว การกลับมาของ เจมส์ มิลเนอร์ คนเหล็ก แห่ง แอนฟิลด์


ข่าวสารอื่นๆ ใน บอลออนไลน์ https://www.5league.com

และ FB 5 ลีก ดอท คอม

Please follow and like us:
0