ได้เวลา อาร์เซนอล “ล้างลำกล้อง” ก่อน ปืนใหญ่ จะกลายเป็น “ปืนแก๊ป”

ได้เวลา อาร์เซนอล “ล้างลำกล้อง” ก่อน ปืนใหญ่ จะกลายเป็น “ปืนแก๊ป”

January 21, 2019 0 By theadmin

แม้จะเป็นสถานการณ์ที่ทีม ปืนใหญ่ อาร์เซนอล ไม่ได้ถึงกับตกต่ำเลวร้ายอะไรเกินไปมากนัก แต่สำหรับทีมที่เคยมีชื่อชั้นที่ยิ่งใหญ่กว่านี้มาก ก็ถือว่าหนักหนาสาหัสพอดู หากต้องอยู่ในช่วงเวลาที่กระแสเงียบเหงาจาก “บัลลังก์แชมป์” กินระยะเวลาเรื้อรังเกินไป

นานซะจนเข้าสู่ยุคของบรรดาทีมคลาสรองในอดีต ที่ต่างพากันแปรธาตุกลายเป็นทีมชั้นนำ แข็งแกร่งแทบทุกขุมกำลัง ติดกระแสที่คึกคักกว่า และยังมีแรงสนับสนุนมากมายจนเสริมเขี้ยวเล็บเพียบพร้อมทั้งทุนทรัพย์และทรัพยากร ไม่ว่าจะเป็น เชลซี, แมนเชสเตอร์ซิตี้ หรือ ทอตนัมฮอตสเปอร์ ที่พากันแข็งแกร่งมาเรื่อย ๆ จนวันนี้กลายเป็นทีมชั้นนำที่น่ายำเกรง เสมือนยุคสมัยกำลังจะพลิกไปอีกหน้า และอาจตอกย้ำความเปลี่ยนแปลงชัดเจนด้วยการคว้าแชมป์ พรีเมียรลีก ของ ลิเวอร์พูล

ได้เวลา อาร์เซนอล “ล้างลำกล้อง” แล้วหรือยัง?

สถานการณ์เหล่านี้บ่งบอกว่าทีมใหญ่อย่าง แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด และ ปืนใหญ่ อาร์เซนอล นอกจากจะไม่ควรพลาดท่าทำทีมตกต่ำแล้ว แม้แต่การรักษามาตรฐานเดิมให้คงที่เอาไว้ได้เทียบเท่าในอดีตก็อาจยังไม่เพียงพอสำหรับยุคนี้อีกต่อไป โดยเฉพาะในภาวะที่ อาร์เซนอล กำลังเริ่มถูกมองกันว่าเป็นช่วง “ซบเซา” ปืนฝืดขึ้นสนิม และกำลังจะกลายเป็น “ปืนแก๊ป” หากไม่ทำอะไรสักอย่างมากกว่านี้ ซึ่งหลังจากที่โดน ลิเวอร์พูล ยำไป 5-1 และจากเกมที่บุกเจ๊ากับ แมนยูฯ 2-2 อาจบอกอะไรบางอย่างได้ถึงมาตรฐานที่เป็นอยู่ของทีมในขณะนี้

อาร์เซนอล

อันที่จริงความตื่นตัวของสโมสรต่อเรื่องการปรับปรุงแก้ไข ได้มีความพยายามกันมาเป็นปี ๆ แล้ว ยิ่งในช่วงหลังจากกระแสที่มาตรฐานของทีมดูเหมือนจะถูก ทอตนัม ฮอตสเปอร์ เบียดแซงหน้าได้ ทั้งยังร้างราถ้วย แชมป์พรีเมียร์ลีก มามากกว่า 14 ปี เข้าไปแล้ว

การเปลี่ยนตัวกุนซือ

ปืนใหญ่

งานปรับปรุงแก้ไขครั้งนี้อาจมาพร้อมกับการเดิมพัน เดิมพันด้วยการจากไปของ อาร์เซน เวนเกอร์ ที่มีจุดแข็งอยู่ตรงที่ความผูกพันกับสโมสรมาร่วม 22 ปี แทบเสมือนจะเป็นชีวิตเดียวกัน รู้ซึ้งเข้าใจทุกอณูในวิถี “เดอะ กันเนอร์ส” แต่การคิดจะเปลี่ยนแปลงเพื่อหวังมุ่งหาคุณภาพที่ทะลุขีดจำกัดให้มากกว่าเดิมนั่นก็อาจมาพร้อมกับ “ความเสี่ยง” จากการสูญเสียหัวใจสำคัญไป ที่ทั้งสโมสรและแฟน ๆ ต้องวัดใจว่าจะได้อะไรใหม่ ๆ หรือจะยิ่งแย่กว่าที่เป็นอยู่

แนวคิดของ อูไน เอเมอรี กุนซือคนใหม่ที่เข้ามารับช่วงต่อ มาพร้อมกับวิสัยทัศน์ที่มุ่งซื้อใจผู้เล่นด้วยการสร้างความสนิทกับลูกทีมยิ่งขึ้น ศึกษาข้อมูลรายละเอียดอย่างเข้มข้น และใช้มุมมองจากบุคคลภายนอกที่ไม่มีปมผูกพัณธ์มาก่อน ทำให้สามารถมองเห็นข้อบกพร่องต่าง ๆ ของทีมได้อย่างเป็นกลาง หาก อาร์เซน เวนเกอร์ มีข้อเด่นที่ความสุขุมแล้วล่ะก็ อูไน เอเมอรี ก็มีข้อเด่นที่เรื่องความใส่ใจ ละเมียดทุกจุดให้กับทีม

อย่างไรก็ตามยุทธวิธีหลักนิยมที่ อูไน เอเมอรี นำมาใช้กับ อาร์เซนอล ด้วยการเน้นเกมส์สวนกลับและการเซ็ตบอล ตั้งเกม กันขึ้นมาจากตั้งแต่เขตผู้รักษาประตู แม้จะถือเป็นสไตล์ที่รอบคอบเข้ากันได้กับวิถีของทีม แต่ประเด็นของการ “ทำเกมสวนกลับ” ที่จะต้องมีความหวือหวาเป็นอย่างยิ่งตรงนี้ล่ะเป็นสิ่งที่ทำให้ ”สาละวน” กับการเสริมโครงสร้างของทีมไม่ลงล็อคสักที

กองหน้าเก่ง แต่ยังต้องปรับตัวกับแผนการเล่น

อาร์เซนอล-ล้างลำกล้อง

แผนการเล่นที่เน้นการขึ้นเกมจากแดนหลัง ตั้งเกมกันตั้งแต่แดนตัวเอง หวังใช้ปริมาณกองกลางสร้างสรรค์เกมรุก แล้วห้อยกองหน้าไว้เพียงแค่ตัวเดียว เพื่อรองรับบอลที่ได้จากการตัดเกมส์ของแดนกลางแล้วโต้สวนกลับ ช่างดูเป็นแผนที่มีหลักการ แต่ผลลัพท์ที่ได้กลับทำให้กองหน้าพากันอดฉายแววที่โดดเด่น

แม้ว่าในทีมจะมีทั้ง อเลซ็องดร์ ลากาแซ็ตต์ และ ปิแอร์-เอเมริค โอบาเมยอง ที่ชื่อชั้นดีกรีฝีเท้าสูงมากแล้วก็ตาม แต่นั่นก็ไม่สูงพอที่จะมาโชว์เทพกับแผนนี้ได้ ซึ่งการจะเสาะหากองหน้าที่มีสมรรถนะถึงขั้นรองรับแทคติกนี้ ก็อาจจะต้องก้าวไปควานหากันที่ระดับซุปเปอร์สตาร์กลุ่มขั้นสุดของโลก หรือนักเตะที่แมตช์กับแผนนี้ได้แบบสุด ๆ ซึ่งทุกวันนี้ก็ดูเหมือนทีมแมวมองของสโมสรยังวิเคราะห์ไม่ออกว่าควรจะเป็นใคร

เพลย์เมคเกอร์ต้อง “เสถียรและล้ำเลิศ”

เมซุต-โอซิล

ชื่อของ เมซุต โอซิล ในยุคหนึ่งอาจเคยฟังดูเนื้อหอมและมีลีลาที่โลกยอมรับ แต่ในปัจจุบันกลับเริ่มเอาแน่เอานอนไม่ได้ แถมยังล่วงเข้าสู่วัยบั้นปลายการค้าแข้ง และจะเกิดปัญหาเป็นอย่างมากหากผู้ทำหน้าที่นี้ไม่คงความร้ายกาจได้มากพอ เพราะถือเป็นหัวใจสำคัญของการขับเคลื่อนแทคติก เปรียบเสมือน “แกนปฏิกรณ์” ที่ชี้เป็นชี้ตายให้กับผลลัพท์ของแผน แม้ว่าจะมีข่าวดีที่ โอซิล ยังเลือกที่จะอยู่กับทีมต่อไป แต่การหาทรัพยากรมาชดเชยในตำแหน่งนี้ถือเป็นงานด่วนที่ อาร์เซนอล ควรตื่นตัวเหนืออื่นใด

แต่ทว่าความสนใจล่าสุดในเวลานี้ของ อูไน เอเมอรี กลับกำลังเพ่งเล็งไปที่การเสริมประสิทธิภาพแดนหลัง ซึ่งแทนที่จะพิจารณาในเรื่องแทคติกที่เพิ่มประสิทธิภาพของกองหน้า แต่กลับมองปัญหาไปอยู่ที่เรื่องการเสียประตูเป็นสำคัญว่าเป็นเพราะแผงหลังยังไม่แน่นพอ ซึ่ง แกรี เคฮิลล์ กองหลังกัปตันทีม เชลซี คือนักเตะที่กำลังถูกเพ่งเล็งหมายปองอยากได้ตัวอยู่มากที่สุดในขณะนี้

ท้ายสุด ดูท่าว่าแผนการ “ล้างลำกล้อง” ของกุนซือคนใหม่จะไม่ได้พุ่งเป้าไปที่การเสริมสมรรถนะของประสิทธิภาพกองหน้ามากนัก และยังดูจะให้โอกาสเพลย์เมคเกอร์รายเดิมต่อไป แต่มองไปที่การเสียประตูคือจุดอ่อนแห่งความปราชัย ซึ่งเชื่อเหลือเกินว่าน่าจะขัดแย้งกับมุมมองของบรรดาสาวก “เดอะ กันเนอร์ส” กันหลายต่อหลายคน ที่อยากเห็นความเปลี่ยนแปลงของทีมในมิติที่หวือหวากว่าที่เป็นอยู่ และคงต้องรอดูบทสรุปทิศทางการขับเคลื่อนของทีมกันต่อไปเมื่อสิ้นสุดฤดูกาลว่า ปืนใหญ่กระบอกนี้จะมีสภาพเป็นปืนอะไร จะกลายมาเป็น “ปืนแก๊ป” ที่ดังแค่เสียงแต่ยิงไม่เข้าหรือเปล่า

อ่าน ถึงเวลา “อินทรีผลัดขน” แล้วหรือยัง? สำหรับ ทีมชาติเยอรมนี


ข่าวสารอื่นๆ ใน บอลออนไลน์ https://www.5league.com

และ FB 5 ลีก ดอท คอม

Please follow and like us:
error0