ผลกระทบ อันเลวร้าย ในวันที่ ราชัน ผู้ยิ่งใหญ่ ไร้ “โรนัลโด้”

ผลกระทบ อันเลวร้าย ในวันที่ ราชัน ผู้ยิ่งใหญ่ ไร้ “โรนัลโด้”

March 25, 2019 0 By theadmin

เรอัล มาดริด สโมสรที่ได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในทีมฟุตบอลขั้นสุดยอดของโลกมาช้านาน แต่ในวันนี้ที่ ไร้ ซุปเปอร์สตาร์ ตัวหลักอย่าง คริสเตียโน่ โรนัลโด้ กลับโชว์ผลงานได้ “จืดชืด” ไม่หวือหวาอย่างที่เคยเป็น และกลายเป็นเหมือนสถานการณ์ที่ช่วย “สั่งสอน” กับประธานสโมสร จากที่เคยมีนิสัยอยากได้อะไรต้องได้พร้อมทุ่มไม่อั้น

นักเตะคนไหนกำลังขึ้นชั้นซูปเปอร์สตาร์เป็นต้องรีบคว้ามาครอบครอง และพอได้มาแล้วก็พร้อมที่จะเขี่ยทิ้งแบบไม่เหลียวแลหากไม่ถูกใจ ให้กลายเป็นคนละคน

ฟลอเรนติโน่ เปเรซ ผู้สร้าง “ตราบาป” ทำร้ายใจแฟนๆ

ฟลอเรนติโน่-เปเรซ

ใครจะคาดคิดว่าทีมระดับ ราชันชุดขาว จะปรากฏความสั่นคลอน เมื่อชื่อของ คริสเตียโน โรนัลโด ในวันนี้ แม้จะเข้าสู่บั้นปลายการค้าแข้ง แต่ยังคงกลายเป็นชื่อที่แฟนสโมสรพากันอาลัยหาและก่นด่า ฟลอเรนติโน่ เปเรซ อยู่แทบทุกวัน ตัว เปเรซ เองก็รู้ตัวดีว่า “ทำผิดพลาด” แต่ไม่ยอมรับความจริงและพยายามข่มตัวเองทำทีไม่สนใจชื่อของ โรนัลโด อยู่เสมอ

อย่างไรก็ตามอาจจะเป็นเรื่องที่ทำถูกต้องแล้วก็ได้สำหรับเงินมูลค่า 112 ล้านยูโร แลกกับการปล่อยตัวนักเตะที่อายุย่างเข้า 33 ปีแล้ว ในขณะที่พฤติกรรมของ โรนัลโด ที่เคยชินกับความยิ่งใหญ่ซึ่งตัวเขาเองก็ออกอาการ “งอแง” เช่นกันในแบบคนที่ไม่พร้อมรับสภาพความเป็นจริง เมื่อฟังแล้วก็ไม่แปลกที่ตัว เปเรซ จะเอือมกับพฤติกรรมเหล่านั้นของ “เจ้าโด้”


ผู้ชมน้อยลง

เรอัล-มาดริด

นอกจากนี้ปรากฏการณ์ที่ไม่น่าเชื่อว่าจะเกิดขึ้นกับสโมสร เรอัล มาดริด ยังมาพร้อมกับสถิติยอดผู้เข้าชมในสนาม ซานติอาโก้ เบอร์นาเบว ที่ “ลดฮวบ” ลงเรื่อย ๆ และดิ่งลงได้ถึงในระดับที่สถิติยอดผู้ชมในสนามต่ำมากที่สุดในรอบ 9 ปี !

สาเหตุส่วนใหญ่น่าจะมาจากการไม่มีดาวเตะ บัลลงดอร์ 5 สมัย อยู่ให้ “เร้าใจ” อีกต่อไป ซึ่งแน่นอนว่าความผูกพันธ์ในการได้เห็นนักเตะระดับที่สามารถทำค่าเฉลี่ยการยิงประตูอยู่ที่ 50 ประตูต่อปี จากการลงเล่น 9 ฤดูกาล และ 450 ประตู จากการลงเล่น 438 นัด มันย่อม “แตกต่าง” ชัดเจนในยามไม่มี และนี่คืออีกสิ่งในวันที่ ราชันชุดขาวไร้ โรนัลโด หรือจะพูดตรง ๆ ว่า ผู้คนพากันเสพติด โรนัลโด ไปแล้วก็ไม่ผิด


คนที่ยังอยู่เริ่มจะหวั่นไหว

ซีเนอดีน-ซีดาน

ผลเสียจากการไม่มี โรนัลโด ยังกระทบไปอีกถึงอำนาจต่อรองของนักเตะเก่ง ๆ ที่เหลืออยู่ในทีมที่ต่างรู้ว่าทีมต้องพึ่งพาตนเองอย่างมากในนาทีนี้ โดยเฉพาะนักเตะที่แอบหมดความภักดีมานานแล้ว ก็พร้อมจะซ้ำเติมทีมได้ทุกเมื่อ อย่าง แกเร็ธ เบล ที่ระหองระแหงกับ เปเรซ อยู่ไม่น้อยเช่นกัน อีกทั้งยังมี ฮาเมส โรดริเกรซ ที่ ซีเนอดีน ซีดาน ฝังรอยร้าวเอาไว้ด้วยการใช้ท่าทีสบประมาทไม่เหลียวแล

แม้ว่าในช่วงปลายฤดูกาลผลงานของทีมจะเริ่มฟื้นฟูขึ้นมาบ้าง แต่ความเป็นจริงยังมีนักเตะเลอค่าที่ใกล้จะพ้นสภาพไปทุกวันอย่าง ลูก้า โมดริช อีกคน อย่างไรก็ตามโอกาสที่ ฮาเมส โรดริเกรซ จะหายงอลกลับมาช่วยทีม ยังพอมีอยู่บ้างจากการเปลี่ยนตัวกุนซือคนใหม่ และเมื่อใดก็ตามที่เขาสามารถระเบิดฟอร์มได้เหมือนครั้งแจ้งเกิดในฟุตบอลโลก ซึ่งฟอร์มครั้งนั้นถือว่ามันมหัศจรรย์ “เหนือมนุษย์” ยิ่งกว่าสิ่งที่ โรนัลโด เคยทำให้เห็นด้วยซ้ำ


พลังบางอย่าง ของการมีและไม่มี โรนัลโด้

คริสเตียโน่-โรนัลโด้

มีข้อสังเกตที่ว่า โรนัลโด มิใช่ขายเพียงแค่ฟอร์มการเล่น แต่ทว่ามันมีบางอย่างที่เป็นแรงผลักในทิศทางบวกต่อทีม และกลายเป็นทิศทางลบทันทีเมื่อขาดเขาไป โดยบ่งชี้ได้จากในวันที่ แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ขาย โรนัลโด ให้กับ เรอัล มาดริด ซึ่งในครั้งนั้น แมนยูฯ ถึงกับเสียสถิติการคว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก สามสมัยติดและต้องหยุดเอาไว้แค่ตรงนั้นกันเลยทีเดียว
ซึ่งเหตุการณ์มันคล้ายกับในวันนี้ที่ เรอัล มาดริด ก็เจอเช่นกัน อีกทั้งในประเด็นของเรื่องการตลาดของทีมก็ย่อมที่จะต้องถูกผลกระทบดรอปลงอย่างแน่นอนอีกเช่นกัน

เพราะที่ผ่านมา โรนัลโด ไม่ใช่เป็นแค่ ซุปเปอร์สตาร์แห่งวงการบอลแต่เพียงเท่านั้น แต่เขายังเป็นขวัญใจคนทั่วโลก โดยเฉพาะในโลกโซเชียลที่มียอดผู้กดไลท์จำนวนมากมายมหาศาล และในวันนี้เมื่อไม่มี โรนัลโด อยู่ในทีม ก็อาจเป็นผลร้ายที่จะเกิดความเสื่อมลงต่อ เรอัล มาดริด อย่างที่สุด เมื่อไม่ใช่ทีมที่มี “ฮีโร่” ของพวกเด็ก ๆ อีกต่อไป


คาริม เบนเซม่า แบกภาระหนัก

คาริม-เบนเซม่า

ในด้านโครงสร้างผู้เล่นที่เหลือซึ่งกำลังประทังสถานการณ์กันอย่างสุดกำลัง ระหว่างรอการแก้ไขอยู่นี้การปราศจาก โรนัลโด ดูเหมือนว่าภาระหนักจะไปตกอยู่ที่ คาริม เบนเซม่า เพราะที่ผ่านมาเขาเป็นกองหน้าตัวเชื่อมบอลให้ โรนัลโด ยิงได้อย่างดี แต่เมื่อไม่มี โรนัลโด ก็เท่ากับว่าต้องทำหน้าที่เองจบเองให้ได้ในม้วนเดียว ซึ่งที่ผ่านมาช่วงผลงานย่ำแย่ก็ตอบแล้วว่า เบนซาม่า ไม่ถนัดในสไตล์นี้ หรือหากต้องทำหน้าที่เชื่อมการรุกเป็นหลัก ก็คงต้องปวดหัวกับการเชื่อมให้คนที่ไม่เข้าขากันเหมือนอย่างก่อน

อย่างไรก็ตาม “ความหวัง” ยังมีอยู่เสมอ แม้โจทย์จะดูเหมือนง่ายซึ่งนั่นก็คือต้องซื้อกองหน้าตัวเป้ารายใหม่ แต่ต่อให้มีเงินก็ไม่ใช่เรื่องที่ทำได้เร็วไวได้เลยเพราะทีมระดับ ราชันชุดขาว ติดเงื่อนไขของชื่อชั้นว่าต้องเป็นระดับ ซุปเปอร์สตาร์ ของโลกเท่านั้น ซึ่งมันยากตรงที่ต้องหาตำแหน่งศูนย์หน้าตัวเป้าด้วยและต้องเป็นสตาร์ด้วยอีกต่างหาก

ปัจจุบันตัวผู้เล่นในระดับนี้ล้วนอยู่แต่ในทีมใหญ่ และดันเป็นยุคที่ทีมใหญ่หลายทีมกำลังยิ่งใหญ่ขึ้นมากอย่างไม่รู้สึกด้อยกว่า เรอัล มาดริด แต่อย่างใด นักเตะสตาร์ดัง ๆ ก็มักเป็นชื่อซ้ำซากที่โลกรู้จักกันดีแทบทั้งนั้นไม่ว่า เนย์มาร์ หรือแม้แต่ดาวรุ่งใหม่อย่าง คีเลียน เอ็มบั๊บเป้ เป็นกลุ่มทางเลือกที่แคบและมีรายชื่อไม่มาก ในขณะที่การเลือกนักเตะชื่อรองหวังแต่มีพลังแฝง นั่นก็ไม่ใช่แนวทางที่ เรอัล มาดริด จะสะดวกทำ

ท้ายสุดนี้ถือเป็นบทศึกษาของวงการฟุตบอลที่เราได้เห็นรูปการณ์ของสิ่งที่ยิ่งใหญ่ แต่ก็มีจุดอ่อนจากความยิ่งใหญ่ของตนย้อนกลับมาเป็นอุปสรรคเสียเอง ซึ่งดำเนินเรื่องมาถึงจุดนี้ได้จากนักฟุตบอลที่ชื่อ คริสเตียโน โรนัลโด เพียงคนเดียว

อ่าน “ผี-ปืน-สิงห์บลู” จากการ ล่าแชมป์ สู่ โอกาสสุดท้าย ของ พื้นที่ UCL


ข่าวสารอื่นๆ ใน บอลออนไลน์ https://www.5league.com

และ FB 5 ลีก ดอท คอม

Please follow and like us:
error0