ทฤษฏีแห่งการอยู่รอด! ปัจจัยเหลือเชื่อที่ ซาร์รี่ อาจคุม สิงห์ ยาวๆ

ทฤษฏีแห่งการอยู่รอด! ปัจจัยเหลือเชื่อที่ ซาร์รี่ อาจคุม สิงห์ ยาวๆ

April 9, 2019 0 By theadmin

หากแกล้งลืมพฤติกรรมห่วยๆ ของ เกป้า อาริซาบาลาก้า ไปก่อน แล้วหันมาวิเคราะห์ถึงรูปเกมของ เชลซี และ แมนฯ ซิตี้ ในนัดชิง คาราบาว คัพ กันอย่างจริงจัง เราต้องยอมรับว่า “สิงห์บลูส์” และ ซาร์รี่ แก้ลำกลับมาได้อย่างสุดยอดมาก ภายหลังจากที่ก่อนหน้านี้เคยโดนไล่ยำมาเละเทะถึง 6-0

ไม่มีการเพรสสูง , ถอยลงไปตั้งรับแบบปลอดภัย , ไม่มีการเปลี่ยน โควาซิช สลับกับ บาร์คลี่ย์ อย่างที่แฟนๆ เคยชอบบ่น โดยกลายเป็น ฮัดสัน โอดอย ที่โผล่มาเป็นตัวเลือกการเปลี่ยนหมากเบอร์แรกๆ

แท็คติกบางอย่างของ ซาร์รี่ เปลี่ยนแปลงไปในเกมนี้

อย่างแรกที่เห็นชัดๆ เลยก็คือการดร็อป กอนซาโล่ อิกวาอิน เป็นตัวสำรอง พร้อมมอบหมาย เอแด็น อาซาร์ ให้เป็นผู้นำในการป่วนแนวรับและแผงกองกลางคู่แข่ง

นั่นฟังดูคล้ายๆ กับแท็คติกเกมแรกที่ เชลซี เคยเป็นฝ่ายเอาชนะ แมนฯ ซิตี้ ได้มาก่อน พวกเขาทำสำเร็จด้วยการดัน อาซาร์ ขึ้นไปยืนเป็น ฟอลส์ ไนน์

เกมรับของ เชลซี ถอยลึกกว่าปกติมาก โดยมีมิดฟิลด์ 5 คน ยืนขวางเป็นกำแพงปกป้องอีกชั้น พวกเขาตั้งใจที่จะให้ ซิตี้ เอาบอลไปครองเต็มๆ จนกว่าไอเดียในการเข้าทำจะตันไปเอง

สำคัญที่สุดเลยก็คือ แมนฯ ซิตี้ ไม่สามารถที่จะเล่นท่าไม้ตายเก่งของตัวเองอย่าง “ลูกจ่ายคัทแบ็ค” ได้เลยในเกมนี้

เอแดน อาซาร์

การดัน อาซาร์ ขึ้นไปเป็นกองหน้านั้น ยังสามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันของทีมได้ด้วย เพราะถึงแม้ อาซาร์ จะเป็นสุดยอดแข้ง แต่เขาไม่ได้มีความโดดเด่นใดๆ ในการเล่นเกมรับทางฝั่งซ้าย ไม่เหมือนกับ วิลเลี่ยน ที่จะช่วยซ้อนแบ็คได้ดีกว่า

อีก 1 จุดที่ อาซาร์ ทำได้มากกว่า อิกวาอิน ก็คือ การถอยลงมาล้วงบอลในแนวลึก เนื่องด้วยแท็คติกของ ซาร์รี่ ที่จะเน้นการตั้งรับแล้วรอโต้กลับเป็นหลัก ซึ่งการเอา อาซาร์ มาเป็นตัวลำเลียงบอลจากหลังไปหน้า ก็นับว่าเป็นความคิดที่ดีเยี่ยม

การเอา เอเมอสัน พัลเมรี่ เข้ามาเสียบแทน มาร์กอส อลอนโซ่ ในตำแหน่งแบ็คซ้าย ก็ถือเป็นอีก 1 ความเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัด ซึ่งอดีตดาวเตะของ โรม่า ก็ไม่ทำให้ เมาริซิโอ ซาร์รี่ ผิดหวัง เขายินได้อย่างแข็งแกร่งต่างจาก อลอนโซ่ ที่โดนเจาะจนเละเป็นโจ๊คในเกมที่ทีมโดนถล่มครึ่งโหล

การเล่นแบบนี้ของ เชลซี ทำให้ทีมของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า เซอร์ไพรซ์ พวกเขาจับเทมโป้ของ เชลซี ไม่ได้! แถมโดนความสามารถเฉพาะตัวของ อาซาร์ เลี้ยงกินตัวและเรียกฟรีคิกหวังผลได้อย่างต่อเนื่อง

ในท้ายที่สุดแล้ว “สิงห์บลูส์” เปลี่ยนรูปเกมจากที่เริ่มต้นด้วยการครองบอลเป็นรองสุดกู่ สู่เปอร์เซ็นต์การครองบอลที่แทบจะเท่าๆ กัน 50-50 หลังจบแมตช์

เชลซี

หากไม่นับประเด็นเรื่อง เกป้า มันก็คงถูกต้องแล้วที่ ซาร์รี่ ให้สัมภาษณ์หลังจบแมตช์ว่า ลูกทีมของเขาเล่นได้ตามแท็คติกที่สั่งไว้ทุกอย่าง

ในความสิ้นหวังของทีมเรื่องแข้งมาเฟีย , การโดนแบนตลาด และอื่นๆ อีก บลา บลา บลา แต่ถึงกระนั้น รูปเกมของพวกเขาในนัดล่าสุดนี้ก็แสดงให้เห็นว่า “สิงห์บลูส์” มีศักยภาพพร้อมที่จะปรับตัว เปลี่ยนรูปแบบการเล่นให้เหมาะสมกับคู่แข่งเช่นกัน

จนถึงตรงนี้ นายใหญ่ เชลซี ยังคงไม่มีถ้วยมาประดับบารมี แต่ด้วยความที่ทีมกำลังตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบาก ไม่สามารถซื้อแข้งใหม่ใดๆ ได้ ซึ่งก็ย่อมส่งผลให้ไม่มีกุนซือคนไหนอยากเข้ามารับงานต่อ ณ เวลานี้

เมาริซิโอ-ซาร์รี่

เมื่อรวมกับคดีล่าสุดของ เกป้า ที่ส่งผลทางอ้อมให้แฟนๆ หลายคนเข้าใจหัวอกของสิ่งที่ เมาริซิโอ ซาร์รี่ กำลังเผชิญอยู่มากขึ้นกว่าเดิมเยอะ นี่คือคะแนนนิยมจากแฟนๆ ที่เขาได้คืนกลับมาอย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัว

ซึ่งอาจได้กลายเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้ กุนซือสิงห์อมควัน ได้อยู่พิสูจน์ตัวเองที่ถิ่น เดอะ บริดจ์ ต่อไปอีกอย่างน้อยก็ฤดูกาลหน้าครับ

อ่าน Follow me, if you can ! ต้องอัพเกรดแค่ไหน ถึงจะไล่ “ยูเวนตุส” ทัน


ข่าวสารอื่นๆ ใน บอลออนไลน์ https://www.5league.com

และ FB 5 ลีก ดอท คอม

Please follow and like us:
error0