เซบีญ่า กับการ อัพเกรด และ เวลา จะพาให้ พวกเขา กลายเป็น ผู้ท้าชิง แห่ง ลีกกระทิงดุ

เซบีญ่า กับการ อัพเกรด และ เวลา จะพาให้ พวกเขา กลายเป็น ผู้ท้าชิง แห่ง ลีกกระทิงดุ

March 11, 2019 0 By theadmin

สามสี่ฤดูกาลที่ผ่านมา เชื่อว่าแฟนบอลหลาย ๆ คนน่าจะคุ้นชื่อของ เซบีญ่า กันเป็นอย่างดีในฐานะแชมป์ ยูฟ่า ยูโรป้า ลีก 3 สมัยซ้อน หรือจะให้สุดยอดไปกว่านั้น ทีมดังแห่งแคว้นอันดาลูเซียฟาดไปถึง 5 ครั้ง ในรอบ 13 ปีหลังสุด

แม้ใครจะค่อนขอดว่า เป็นถ้วยลูกเมียน้อย ถูกแซะกระแหนะกระแหนอยู่บ่อยครั้ง แต่หากเรามองให้ลึกไปกว่านั้น มันก็ไม่ใช่เรื่องไม่ใช่หรอ ที่ทีม ๆ นึงจะสามารถคว้าแชมป์รายการแบบน็อคเอ้าท์ของยุโรปถึง 3 ซีซั่นติด

ความยิ่งใหญ่ของ เซบีญ่า ตั้งแต่ อดีต จนถึง ปัจจุบัน

ความเป็นเต้ยรายการนี้ของ เซบีญ่า มันไม่ได้ง่ายอย่างที่ใครหลาย ๆ คนคิดหรอก เพราะทีมใหญ่ ๆ หลายทีม ที่ร่วงมาเล่นรายการนี้ต่างได้ลิ้มรสถึงความยากลำบากของเจ้าถ้วยน้องเล็กยุโรปนี้กันเป็นแถบ ๆ แถมตั้งแต่เปลี่ยนกฏให้แชมป์ยูโรป้า ลีก ได้สิทธิ์ผ่านเข้ามาเล่นรอบแบ่งกลุ่มแชมเปียนส์ลีกแบบอัตโนมัติ นี่ก็ยิ่งเป็นการสร้างแรงจูงใจให้ทีมยักษ์ใหญ่ที่กระเด็นตกรอบลงมาทั้งหลาย ต่างเอาจริงเอาจังกันขึ้นมาถนัดตาเลยทีเดียว

เซบีญ่า

กลับมาที่เรื่องของ เซบีญ่า กันต่อ หากเราจะพูดถึงความยิ่งใหญ่ของทัพ “ลอส โรฆิบลังโกส์” ต้องย้อนไปยุคของ อูไน เอเมอรี่ กุนซือชาวสแปนิช ที่ปัจจุบันนี้กุมบังเหียน “ไอปืนใหญ่” อาร์เซน่อล ทีมดังในพรีเมียร์ลีก

แต่อาจมีบางคนที่เคยต้องมนต์เสน่ห์ของ เซบีญ่า ที่เล่นฟุตบอลเกมรุกสนุกสนาน ในยุคของ ฆวนเด้ รามอส ที่ก็สามารถพาทีมคว้าแชมป์ ยูโรป้า ได้สองปีติด ถือว่าไม่เบาเหมือนกัน ผู้เล่นดัง ๆ ในยุคนั้นที่เราคุ้นหูกัน นำโดย เฟเดริก กานูเต้, หลุยส์ ฟาเบียโน่, เอ็นโซ่ มาเรสก้า, คริสเตียน โพลเซ่น, ดานี่ อัลเวส, เฆซุส นาบาส และ อันโตนิโอ ป้วยร์ต้า ผู้ล่วงลับ

ลอส-โรฆิบลังโกส์

พอหมดยุคเหล่านี้ไป เซบีญ่า ก็เน้นทยอยขายนักเตะชื่อดัง ๆ ออกจากทีมอยู่เรื่อย ๆ จนทำให้ทีมห่างไกลกับความสำเร็จนานเกือบถึงสิบปี จนกุนซือเปลี่ยนมือมาถึง อูไน เอเมอรี่ เนี่ยแหละ ที่สามารถทำให้ เซบีญ่า ลืมตาอ้าปากได้อีกครั้ง

ทัพ “ลอส โรฆิบลังโกส์” ในยุคของ อูไน เอเมอรี่

หากเราชมการทำทีมของ เอเมอรี่ สิ่งที่เราต้องยอมรับเลยอย่างหนึ่งเลย คือ แมวมองของ เซบีญ่า นั้นเก่งมาก ๆ เพราะหลายครั้งหลายคราที่พวกเขาขายนักเตะตัวหลัก ทีมสามารถหาคนมาทดแทนได้แทบจะตลอด ทำให้งานของคนเป็นโค้ชนั้นสานต่อแท็คติคของตัวเองได้อย่างเต็มที่

เพราะช่วงที่ เอเมอรี่ คุมทีมนั้น เขาไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงทีมเพื่อใครทั้งนั้น เขาเพียงคิดว่าทีมควรจะเล่นแบบไหน ใช้แท็คติกแบบไหนในเกมรูปแบบใด เขาไม่เคยกลัวที่จะต้องโรเตชั่นนักเตะเลย

ปีแรกที่ได้แชมป์ยูโรป้า พวกเขาต้องเสีย อิวาน ราคิติช ไปให้ บาร์เซโลน่า ยักษ์ใหญ่ร่วมลีก แต่ทีมก็ได้ เอแวร์ บาเนก้า จอมทัพอาร์เจนไตน์มาสวมบทคีย์แมนแบบไร้รอยต่อ ปีที่สองต้องเสีย การ์ลอส บัคก้า ให้กับมิลาน ทีมก็ยังอุตส่าห์ปั้น เกแว็ง กาไมโร่ ขึ้นมาเป็นดาวซัลโวของทีมแทน

พอหมดยุคของ เอเมอรี่ ทีมต้องล้มลุกคลุกคลานอยู่เกือบสามปี ไม่มีใครสามารถแทนที่ กุนซือโลกิได้เลย ไล่ตั้งแต่ ฮอร์เก้ ซามเปาลี่, เอดูอาร์โด้ เบริซโซ่, วิเซนโซ่ มอนเตลล่า ที่ย้ำแย่กว่าใคร ร้อนจนถึง ฆัวกิน การ์ปารอส โค้ชผู้คุ้นเคยกับทีมดีต้องเข้ามาขัตตาทัพ ก่อนจะได้ ปาโบล มาชิน กุนซือคนเก่งเข้ามาทำทีมในฤดูกาลล่าสุด

จริง ๆ แล้วก่อนเริ่มฤดูกาล กูรูสเปนหลาย ๆ สำนักต่างมองว่า ปาโบล มาชิน นั้นไม่น่าจะไหว เพราะ เซบีญ่า นั้นมีการเปลี่ยนแปลงเยอะเหลือเกิน ในตลาดนักเตะนั้น ทีมซื้อขายของ “ลอส โรฆิบลังโกส์” ทำงานอย่างกับเล่นเกม เมื่อปล่อยนักเตะออกถึง 12 คน ในส่วนของการนำเข้าก็ไม่ได้น้อยหน้ากัน จัดมาเต็มเหนี่ยว 13 คน เรียกว่ายกทีมกันเลย

ปาโบล-มาชิน

แต่ก็อย่างที่เราเกริ่นไว้ตั้งแต่ต้นว่าการเปลี่ยนแปลงคราวนี้ของทีมดังแคว้นอันดาลูเซียนนั้นคือการ “อัพเกรด” ไปสู่สิ่งที่ดีกว่า

ตัวหลักที่โดนปล่อยออกไปจริง ๆ มีเพียงแค่ สตีเว่น เอ็นซงซี่ ตัวรับก้านยาวชาวฝรั่งเศส ที่ทีมปล่อยไปให้กับ อาแอส โรม่า ทีมดังในอิตาลี นอกนั้นคือการโละผู้เล่นเพื่อเข้าสู่กระบวนการเตรียมพร้อมของทัพนักเตะที่กำลังกรีฑาทัพเข้ามาใหม่ต่างหาก

เพราะจาก 13 คนที่เข้ามานั้น มีถึง 9 คนที่อยู่ในชุดตัวหลักของอดีตกุนซือ ฆิโรน่า เลือกใช้อยู่เป็นประจำ ไม่ว่าจะเป็น โกลมือหนึ่งอย่าง โธมัส วาคลิค, อเล็กซ์ บีดาล, แซร์กี้ โกเมส, โรเก้ เมซ่า, มักซิม โกนาลงส์, ควินซี่ โพรเมส และการเกิดใหม่ของ อันเดร ซิลวา รวมถึง 2 ดาวเตะฝรั่งเศส อิบราฮิม อมาดู กับ โฌริส เนย็อง

และไม่รู้ว่า ปาโบล มาชิน นั้นเข้าแคมป์ก่อนเปิดซีซั่นอีท่าไหน ถึงทำให้ผู้เล่นเหล่านี้จูนกับตัวหลักที่มีอยู่อย่าง เอแวร์ บาเนก้า, วิสซาม เบน เยแดร์, ฟรังโก้ บาสเกซ, ปาโบล ซาราเบีย, ซิมง แคร์, ดาเนี่ย การ์ริโซ่ และ ฆวน เอสกูเดโร่ ได้อย่างรวดเร็ว จนทำให้ผลงานของพวกเขาถือว่าร้อนแรงเอาเรื่อง โดยเฉพาะเกมที่สอนบอล เรอัล มาดริด 3-0 เกมนั้นสร้างความสุขให้กับเหล่าสาวกเซบีญาโน่เป็นอย่างมาก แต่ทั้งหมดทั้งมวลต้องขอวงเล็บเอาไว้หน่อยว่า “ยามเมื่อพวกเขาเฝ้าบ้านเท่านั้น”

ลีกกระทิงดุ

ยามที่พวกเขาเล่นในรัง ราม่อน ซานเชส ปิฆวน ฟอร์มของพวกเขาดุดัน แข็งแกร่ง เป็นอย่างมาก แต่พอออกไปเยือนเมื่อไหร่ผลงานกลับตาลปัตร แพ้ซะเป็นว่าเล่น

นี่คือสิ่งแรก ๆ เลยที่ขุนพลของทีมเจ้าของฉายา “เดอะ เกรท ออฟ อันดาลูเซีย” ต้องปรับปรุง หากคิดจะต่อกรแย่งชิงแชมป์กับสองทีมยักษ์ใหญ่ ลา ลีกา สเปน ในระยะยาว ซึ่งมันสามารถเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีได้ ด้วยการซ้อมและระยะเวลาที่เล่นร่วมกัน

แต่สื่อหลาย ๆ สำนักรวมถึงกูรูผู้คว่ำบาตรในวงการฟุตบอลสเปนต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า หาก เซบีญ่า ชุดนี้เล่นรวมกันสัก 2 ฤดูกาล พวกเขาจะสามารถพัฒนาตัวเองเป็นหนึ่งในผู้ท้าชิงของ บาร์เซโล่ และ เรอัล มาดริด ได้อย่างแน่นอน

หากทุกสิ่งเป็นไปตามแบบแผนที่บอร์ดของ เซบีญ่า วางไว้ พวกเขาจะเป็นคู่ต่อสู้ที่น่ากลัวของสองโคตรทีม รวมถึง แอตเลติโก้ มาดริด ที่ยังคงแข็งแกร่งอยู่เช่นเคย แล้วกำไรทั้งหมดก็จะตกไปสู่แฟนบอล ลา ลีกา สเปน ที่จะได้เห็นลีกที่ตัวเองชื่นชอบนั้นมีอีกหนึ่งทีมก้าวขึ้นมาแย่งชิงบัลลังก์ จากสองทีมที่เห็นชูโทรฟี่กันจนเบื่อเต็มที !

อ่าน ว่าที่ แข้งพันล้าน คนต่อไป แห่ง วงการลูกหนังโลก ใครบ้างที่เข้าตา?


ข่าวสารอื่นๆ ใน บอลออนไลน์ https://www.5league.com

และ FB 5 ลีก ดอท คอม

Please follow and like us:
0