“หงส์แดง” กับ บทบาท พระรอง ที่ดีที่สุด ในประวัติศาสตร์

“หงส์แดง” กับ บทบาท พระรอง ที่ดีที่สุด ในประวัติศาสตร์

May 27, 2019 0 By theadmin

ถ้าจะให้เปรียบผลงานของ ลิเวอร์พูล ในฤดูกาลนี้ล่ะก็ คงเหมือนกับการเรียนในช่วงชั้นประถมหรือมัธยม ที่ ด.ช. หงส์แดง ที่สอบได้ที่ 2 ในปีนี้ โดยได้คะแนนทิ้งห่างอันดับดับ 3-6 อย่าง ด.ช. สิงบลูส์, ด.ช. ไก่เดือยทอง, ด.ช. ปืนใหญ่ และ ด.ช. ผีแดง เพื่อนร่วมชั้นที่เคยมีคะแนนสอบใกล้เคียงกันกับเขาอย่างไม่เห็นฝุ่น หนำซ้ำคะแนนของพวกเขาในปีนี้เป็นคะแนนที่มากที่สุดในชีวิตการเรียนของเขาอีกด้วย

ด้วยคะแนนขนาดนี้ ด.ช.หงส์แดง คงได้อันดับ 1 ของห้องไปแล้ว ถ้าไม่มี ด.ช. เรือใบสีฟ้า นักเรียนอัจฉริยะ สุดเพอร์เฟ็กต์ ที่ปีนี้สอบได้ 4.00 เต็ม ซึ่งถ้าเทียบความห่างของคะแนนระหว่างพวกเขาล่ะก็คงเป็นประมาณ ด.ช. หงส์แดง ได้เกรด 4 เกือบทุกวิชา เหลือแค่วิชาเดียวที่พวกเขาได้ 3.5 โดยที่วิชานั้นเขาได้ 79 คะแนนอีกเพียง 1 คะแนนเท่านั้นก็จะทำให้พวกเขามีคะแนน 4.00 เท่ากับ ด.ช. เรือใบสีฟ้าแล้ว ถือได้ว่าเป็นเรื่องน่าเสียดายสุดๆในปีนี้

แต่สำหรับ ด.ช. หงส์แดง แล้ว ผมอยากจะบอกว่าไม่อะไรให้เสียใจเลย จะมีก็แค่ความเสียดายเท่านั้น เพราะตลอดปีที่ผ่านมานี้พวกเขาได้จารึกสิ่งต่างๆลงในหน้าประวัติศาสตร์เอาไว้มากมาย

“หงส์แดง” กับ บทบาท พระรอง ที่ดีที่สุด ในประวัติศาสตร์

กลับมาเข้าเรื่องฟุตบอลกันบ้าง อย่างที่ได้บอกไว้ด้านบน ซึ่งผมก็ได้เปรียบผลงานของ ลิเวอร์พูล กับชีวิตในช่วงวัยเรียน ปีนี้พลพรรค “หงส์แดง” ทำผลงานได้อย่างสุดยอดจริงๆ สำหรับแฟนบอล พวกคุณไม่มีอะไรให้ต้องเสียใจด้วยซ้ำ อาจจะผิดหวังที่ไม่ได้แชมป์

แต่สิ่งที่ทีมรักของพวกคุณได้ทำลงไปในฤดูกาลนี้ มันมีค่ามากกว่าที่จะให้พวกคุณมานั่งเสียใจเสียอีก ปีนี้ ลิเวอร์พูล ได้สร้างความเป็นที่สุดเอาไว้มากมาย วันนี้ผมจึงอยากมาสรุปให้ทุกคนได้อ่านกันอีกครั้งหนึ่ง เริ่มต้นที่

รองแชมป์ ที่ดีที่สุด ในประวัติศาสตร์

ลิเวอร์พูล

จากผลงานสุดยอดที่ผ่านมาในฤดูกาลนี้ ที่ชนะได้ถึง 30 เกม เสมอ 7 และแพ้ไปเพียงแค่เกมเดียว เป็นทีมที่แพ้น้อยสุดในลีกฤดูกาลนี้ โดยโกยไปได้ถึง 97 คะแนน ซึ่งในประวัติศาสตร์ของ พรีเมียร์ลีก มีทีมที่ทำได้ 90 คะแนนขึ้นไปต่อ 1 ฤดูกาลอยู่เพียง 9 ครั้ง นั่นคือ

อาร์เซนอล 90 คะแนน ในฤดูกาล 2003-2004,

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 3 ครั้ง 90 คะแนน ฤดูกาล 2008-2009, 91 คะแนน ฤดูกาล 1999-2000 และ 92 คะแนน ฤดูกาล 1993-1994

ส่วน เชลซี ทำได้ 2 ครั้ง 93 คะแนน ฤดูกาล 2016-2017 และ 95 คะแนน ฤดูกาล 2004-2005

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ อีก 2 ครั้งคือ ในฤดูกาลที่แล้วที่เก็บได้ถึง 100 แต้ม สูงที่สุดในประวัติศาสตร์ พรีเมียร์ลีก และฤดูกาลนี้ที่ทำได้ 98 แต้ม รวมกับ 97 แต้มของ ลิเวอร์พูล ก็ครบ 9 ครั้งพอดี

ซึ่งการทำ 97 แต้มของ “หงส์แดง” ถ้าเทียบกับฤดูกาลก่อนๆใน พรีเมียร์ลีก พวกเขาจะคว้าแชมป์ได้ถึง 25 ฤดูกาล จากการแข่งขันทั้งหมดที่เคยมีมา 27 ครั้ง (นับตั้งแต่เปลี่ยนชื่อเป็น พรีเมียร์ลีก) เว้นแต่ปีที่แล้วและปีนี้ ซึ่งพวกเขาจะได้เพียงแค่รองแชมป์ โดยแพ้ให้กับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทั้งคู่ 97 คะแนนที่ทำได้ จึงทำให้พวกเขามีฐานะเป็นรองแชมป์ที่แข็งแกร่งที่สุดในประวัติศาสตร์


เก็บแต้มได้มากที่สุดในประวัติศาสตร์สโมสร

liverpool

นับตั้งแต่ก่อตั้งทีมมา ฤดูกาลนี้เป็นฤดูกาลที่พวกเขาเก็บแต้มได้สูงที่สุดในประวัติศาสตร์สโมสร สูงกว่าปีที่พวกเขาขึ้นมาลุ้นแชมป์ในฤดูกาล 2008-2009 (86 คะแนน) และ ฤดูกาล 2013-2014 (84 คะแนน) เสียอีก


แอนฟิลด์ ดินแดนไร้พ่าย

แอนฟิลด์

ในฤดูกาลนี้ ยามที่พวกเขาลงเล่นใน แอนฟิลด์ ทั้ง 19 เกม พลพรรค “หงส์แดง” ไม่เคยพลาดท่าพ่ายให้กับผู้ใดแม้แต่ครั้งเดียว เป็นทีมเดียวในลีกฤดูกาลนี้ที่ทำได้ (ซิตี้แพ้ 1 เกม) โดยชนะได้ถึง 17 เกม และเสมอไป 2เกม ยิงได้ 55 ลูก และเสียไปเพียงแค่ 10 ลูกเท่านั้น เก็บได้ 53 คะแนน เรียกได้ว่าเป็นนรกของทีมเยือนอย่างแท้จริง สำหรับถิ่น แอนฟิลด์ ในฤดูกาลนี้


เวอร์จิล ฟาน ไดจ์ค ผู้เล่นยอดเยี่ยมแห่งปี

เวอร์จิล ฟาน ไดจ์ค

ฤดูกาลนี้ปราการหลังชาวดัตช์โชว์ฟอร์มได้แข็งแกร่งสุดๆ เป็นส่วนสำคัญที่ช่วยให้ทีมบินสูงถึงตำแหน่งรองแชมป์ ด้วยฝีเท้าอันสุดยอด คุณสมบัติเพียบพร้อมทุกประการที่แนวรับระดับโลกควรมี และยังมีภาวะผู้นำที่สูงส่ง ผลงานของเขาโดดเด่นสุดๆ เหนือกว่าผู้เล่นทุกคนใน พรีเมียร์ลีก จนสามารถคว้ารางวัล ผู้เล่นแห่งปี ของ สมาคมนักฟุตบอลอาชีพอังกฤษ (PFA)

โดยผลคะแนนมาจากการโหวตของเหล่านักฟุตบอลอาชีพบนเกาะอังกฤษ และอีกรางวัลคือ นักเตะยอดเยี่ยมพรีเมียร์ลีกประจำฤดูกาล 2018-19 ซึ่งนับคะแนนจากการโหวตผ่านเว็บไซต์ของ EA Sports จากทั้งแฟนบอล, กัปตันทีมทั้ง 20 ทีม และเหล่ากูรูฟุตบอล


รางวัล ดาวซัลโว สูงสุด

ดาวซัลโว

ฤดูกาลนี้แนวรุกของ “หงส์แดง” ทำผลงานได้อย่างสุดยอด ยิงถล่มถลายถึง 89 ลูก เป็นรองพียงแค่ แมนฯ ซิตี้ (95) ทีมเดียวเท่านั้น ซึ่งในปีนี้ศูนย์หน้าคนสำคัญของทีมสามารถคว้า รางวัล ดาวซัลโว มาครองได้ทีเดียวถึง 2 คน ได้แก่ ซาดิโอ มาเน่ และ โมฮัมเหม็ด ซาลาห์ ที่ถล่มตาข่ายคู่แข่งได้เท่ากันที่ 22 ประตู นอกจากนี้ยังมี ปิแอร์-เอเมริค โอบาเมยอง หัวหอกของ อาร์เซนอล อีกคนที่คว้ารางวัลนี้ไปครองเช่นกัน ทำให้ฤดูกาลนี้ลีกสูงสุดอังกฤษ มีดาวซัลโวสูงสุดถึง 3 คนด้วยกัน


รางวัล ถุงมือทองคำ และการเสียประตูน้อยที่สุด

รางวัล ถุงมือทองคำ

เงินมหาศาลราว 65 ล้านปอนด์ที่พวกเขาได้ลงทุนในช่วงซัมเมอร์ไปกับ อลิสซอน เบ็คเกอร์ มือกาวทีมชาติบราซิล นั้นถือว่าคุ้มทุกบาททุกสตางค์จริงๆ เพียงแค่ฤดูกาลแรกที่เล่นในอังกฤษ อลิสซอน ก็สามารถทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม เข้ามากลบจุดอ่อนสำคัญของ “หงส์แดง” ที่เคยมีอยู่ให้หายไป

ฟอร์มการเซฟที่สุดยอด ลูกง่ายไม่พลาด ลูกยากก็กินแกยาก สร้างความเชื่อมั่นในระดับสูงให้กับบรรดาผู้เล่นแนวรับ ทำให้ฟอร์มการเล่นในเกมรับของทีม ในฤดูกาลนี้แข็งแกร่งมากๆ จนเสียไปเพียงแค่ 22 ประตูเท่านั้น จากการลงสนามตลอด 38 เกม น้อยที่สุดเป็นอันดับ 1 ในลีก อีกทั้งตัวของ อลิสซอน ก็สามารถคว้ารางวัลถุงมือทองคำ โดยเก็บคลีนชีตได้มากที่สุดในลีกถึง 21 ครั้ง จากการมาเล่นในอังกฤษเป็นปีแรกเท่านั้น


เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ทำลายสถิติ

พรีเมียร์ลีก

แบ็คขวาดาวรุ่งเด็กปั้นของทีมวัย 20 ปี เป็นอีกหนึ่งคนที่ทำผลงานได้อย่างสุดยอด นอกจากเกมรับที่ค่อยๆพัฒนาขึ้น เกมรุกที่เป็นจุดเด่นของเขา ก็ยังเฉิดฉายสุดๆ ในฤดูกาลนี้ เล่นงานแนวรับคู่แข่งเป็นว่าเล่น โดยปีนี้ อาร์โนลด์ สามารถแอสซิสต์ให้เพื่อนทำประตูได้มากถึง 12 ครั้ง มากที่สุดในประวัติศาสตร์ พรีเมียร์ลีก ที่ผู้เล่นในตำแหน่งแนวรับทำได้ต่อหนึ่งฤดูกาล

เหล่านี้คือผลงานระดับสุดยอดที่ ลิเวอร์พูล ได้ฝากไว้ในฤดูกาล 2018-2019 ที่เพิ่งจบลงไป เห็นได้ว่ามันเป็นอะไรที่สุดยอดมากๆ ไม่แน่ใจว่าปีหน้าหรือปีต่อๆไป พวกเขาจะทำผลงานได้ยอดเยี่ยมอย่างเช่นปีนี้ได้อีกหรือไม่ ดังนั้นแฟน ลิเวอร์พูล ไม่จำเป็นต้องเสียใจ จงภูมิใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น พวกคุณทำดีที่สุดแล้ว เพียงแค่พวกคุณได้แพ้ให้กับทีมที่สุดยอดกว่าอย่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เท่านั้นเอง

อย่างไรก็ตามสาวก “หงส์แดง” ยังเหลือความหวังอยู่อีก 1 อย่างคือ การไล่ล่าแชมป์ยุโรปสมัยที่ 6 ที่พวกเขาสามารถพลิกนรกถล่มเอาชนะ บาร์เซโลน่า ได้ 4-0 ในเกมรอบรองชนะเลิศนัดที่ 2 ผ่านเข้ารอบไปชิงดำกับคนใกล้ตัวอย่าง ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ส ในคืนวันที่ 1 มิถุนายนนี้ อย่าเพิ่งหมดอาลัยตายอยากกับการพลาดแชมป์ลีก และมาลุ้นให้กำลังใจทีมในนัดชิงยูซีแอลกันด้วยล่ะ

อ่าน 5 สนามบอล ถ้ามีโอกาส ต้องไปเหยียบให้ได้ สักครั้งในชีวิต


ข่าวสารอื่นๆ ใน บอลออนไลน์ https://www.5league.com

และ FB 5 ลีก ดอท คอม

Please follow and like us:
0