ศัตรูที่รัก !? ความสัมพันธ์ระหว่าง รามอส และ ปีเก้ สองปราการหลัง เบื้องหลังความสำเร็จแดนกระทิง

ศัตรูที่รัก !? ความสัมพันธ์ระหว่าง รามอส และ ปีเก้ สองปราการหลัง เบื้องหลังความสำเร็จแดนกระทิง

June 12, 2018 0 By theadmin

คงไม่มีใครไม่รู้จักผู้ชายสองคนนี้ ที่ขึ้นชื่อว่าเป็น ยอด ปราการหลัง ที่ประสบความสำเร็จมากในยุคนี้ ไม่ว่าจะทั้งในนามสโมสร บาร์เซโลนา หรือในนามทีมชาติ แดนกระทิง แห่ง ลาลีกา สเปน แน่นอนว่าทั้งสองคน เมื่อจับมายืนคู่กันใน ตำแหน่งเซ็นเตอร์แบ็ค พวกเขาก็เป็นกำแพงด่านสุดท้ายชั้นเยี่ยม

รามอส และ ปีเก้ สอง ปราการหลัง แดนกระทิง

ปีเก้

รามอส และ ปีเก้ สองปราการหลัง แดนกระทิง

เซร์คิโอ รามอส – เซ็นเตอร์แบ็คที่สามารถโยกไปเล่นตำแหน่งแบ็คขวา เขาคือสไตล์ของกองหลังที่วิ่งสู้ฟัด ไล่กัดกองหน้าไม่ปล่อย

เคราร์ด ปีเก้ – เซ็นเตอร์แบ็คที่มีความสูงกว่า 1 เมตร กับอีก 90 เซนติเมตร ด้วยความสูงขนาดนี้ ส่งผลให้เขาไม่ใช่กองหลังสไตล์วิ่งสู้ฟัดแบบรามอส แต่ข้อดีของเขาคือ เล่นบอลฉลาด ตัดสินใจจังหวะสุดท้ายได้ดี

ซึ่งจากสไตล์ที่ผมยกมา แสดงให้เห็นว่าพวกเขามีสไตล์การเล่นที่ไม่เหมือนกันอย่างสิ้นเชิง แต่กลับผสมผสานกันได้อย่างลงตัวอย่างน่าประหลาดใจ

ในชีวิตจริงพวกเขาค่อนข้างจะ ‘เหม็นขี้หน้า’ กันด้วยซ้ำ รามอส เด็กชายที่โตมาจากศูนย์ฝึกเยาวชนของ เรอัล มาดริด อีกหนึ่งลูกหม้อที่ปัจจุบันสวมปลอกแขนกัปตันให้กับ ราชันย์ชุดขาว กับอีกคน ปีเก้ เด็กชายที่โตมาจากศูนย์ฝึกเยาวชนของบาร์เซโลนา อีกหนึ่งลูกหม้อบาร์เซโลนาที่แม้ว่าจะเคยไปอยู่กับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดชั่วครั้งชั่วคราว แต่ก็กลับมาใช้ชีวิตค้าแข้งที่บาร์เซโลนา

จุดเริ่มต้นของความขัดแย้ง ปราการหลัง บาร์เซโลนา แห่ง ลาลีกา สเปน

ทุกคนเริ่มเห็นประเด็นความขัดแย้งหรือยังครับ ? อีกคนลูกหม้อ มาดริด อีกคนลูกหม้อ บาร์ซา ผมว่าหลายๆ คนที่ติดตามกีฬาฟุตบอล อาจจะเคยได้ยินผ่านหูมาบ้างถึงแมทช์ที่ชื่อว่า ‘เอล กลาสิโก้’ ซึ่งแมทช์ที่ว่านั้นคือการพบกันระหว่างยอดทีมของ ลาลีก้า สเปน อย่าง บาร์เซโลนา และเรอัล มาดริด

แต่ประเด็นคือมันไม่ใช่การเผชิญหน้าของยอดทีมลีกสเปน ที่จะต้องมาแย่งตำแหน่งจ่าฝูง หรืออะไรแบบนั้น มันมีมากกว่านั้นครับ มันเป็นเรื่องของการเมือง และศักดิ์ศรี ระหว่างแคว้นกาตาลุนย่า (กาตาลัน) และมาดริด

แดนกระทิง

บาร์เซโลนา อาจจะเป็นแค่สโมสรฟุตบอลก็จริงสำหรับใครหลายๆ คน แต่ตามจริงแล้วสำหรับคนกาตาลัน พวกเขาคือสิ่งยึดเหนี่ยวทางจิตใจ สิ่งที่ใช้ต่อสู้กับอิทธิพลของเมืองหลวง (มาดริด)

เรอัล มาดริด สำหรับคนเมืองหลวง พวกเขาคือเครื่องมือชั้นดี ที่ใช้ในการลดความห้าวของคนแคว้นกาตาลัน

เอาจริงๆ ประเด็นเรื่องนี้มันยาว และเยอะมากครับ ไว้ผมจะมาเล่าให้ฟังทีหลังดีกว่า เอาเป็นว่าเข้าใจตรงกันว่า บาร์ซา มาดริด คือสโมสรที่เกลียดกัน ส่วนปีเก้ และรามอส ก็เหม็นขี้หน้ากัน ซึ่งความสัมพันธ์ของทั้งคู่ มาติดลบกันจริงๆ ก็เมื่อช่วงปลายปี 2010 โดยผมจะไล่เลียงไทม์ไลน์คร่าวๆ ให้ดังนี้ครับ

ตุลาคม 2010 – ภาษากาตาลัน ?

ลาลีกา สเปน

นักเตะสเปนทุกคน อยู่ในช่วงเก็บตัวในแคมป์ทีมชาติ รามอส และปีเก้ ออกมาให้สัมภาษณ์ในห้องแถลงข่าวพร้อมกัน แต่แล้วจู่ๆ ก็มีนักข่าวคนหนึ่ง ที่ไม่รู้ว่า หวังดี หรือประสงค์ร้ายกันแน่ ได้ถาม และขอให้ปีเก้ตอบเป็นภาษากาตาลัน แน่นอนว่าปีเก้ ผู้มีเลือดกาตาลันโดยกำเนิด ย่อมไม่ปฏิเสธถึงเรื่องนั้น เขาจึงทำตามที่นักข่าวคนนั้นร้องขอ ขณะที่รามอสยังนั่งอยู่ข้าง ๆ รามอสจึงสวนขึ้นมาหลังปีเก้ ให้สัมภาษณ์ในสิ่งที่เขาไม่เข้าใจว่า “ทำไมไม่คุยกันภาษาอันดาลูเชียนไปเลยล่ะ” ซึ่งประเด็นนี้ รามอสได้ให้สัมภาษณ์ทีหลังว่าเขาแค่ต้องการ หยอกเล่น ก็เท่านั้น

พฤศจิกายน 2010 – 5 ประตู = 5 นิ้ว

ปราการหลัง

ความกวนบาทาของ เคราร์ด ปีเก้ ก็ทำให้เขาเป็นที่หมายหัวของแฟนๆ รวมไปถึงนักเตะเรอัล มาดริด ครั้งนั้น เป็นแมทช์ เอล กลาสิโก้ ซึ่งบาร์เซโลนา เป็นเจ้าบ้าน และถล่มราชันย์ชุดขาวผู้มาเยือนไปได้ถึง 5-0 รามอสถูกไล่ออกจากสนามไปตั้งแต่ช่วงกลางเกม ส่วนทางฝั่งปีเก้น่ะหรอ ชู 5 นิ้วให้กล้องเห็น เพื่อเป็นการเยาะเย้ย เรอัล มาดริด ว่า ‘พวกเราชนะ 5-0 เว้ยเห้ย’

กรกฎาคม 2012 – ถ้าใครเล่นไม่ดี ผมก็จับนั่งสำรอง – เดล บอสเก้

บิเซนเต้ เดล บอสเก้ เฮดโค้ชทีมชาติสเปน เล็งเห็นถึงประโยชน์ที่สามารถนำมาใช้ได้ จากความบาดหมางของทั้งคู่
เขาจับ รามอส และปีเก้ มายืนคู่กันในตำแหน่งเซ็นเตอร์แบ็ค ทั้งๆ ที่ตามจริงแล้ว เขาสามารถนำคนอื่นมายืนแทนรามอส เช่น มาร์ติเนซ หรืออาบิโอล แล้วโยกรามอสไปเล่นแบ็คขวาเหมือนครั้งก่อนๆ แต่การตัดสินใจของเฮดโค้ช ถือเป็นสูงสุด ในที่สุดพวกเขาก็ได้ยืนคู่กันในตำแหน่งเซ็นเตอร์แบ็ค ซึ่งเดล บอสเก้ ให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องนี้ว่า
‘ก็ถ้าใครเล่นได้ไม่ดี ผมก็จับนั่งสำรอง’
‘บรรยากาศของบาร์เซโลน่า กับ เรอัล มาดริด ในทีมชาติ มันมีความตึงเครียด แต่มันก็สามารถใช้ประโยชน์จากมันได้เช่นกัน’
และผลงานในยูโรปี 2012 นั้นก็เห็นผล มันเป็นไปตามที่เดล บอสเก้ คาดไว้ไม่มีผิด สเปนได้ประโยชน์ในครั้งนี้จริงๆ พวกเขาคว้าแชมป์ยูโรในครั้งนั้น โดยตลอดทั้งทัวร์นาเมนท์ พวกเขาเสียประตูไปเพียงแค่ประตูเดียว เหลือเชื่อไหมล่ะ ?

กุมภาพันธ์ 2013 – “แต่จะไม่มีการนัดดื่มเบียร์ด้วยกันแน่ๆ หากเขามามาดริด” รามอส

เดอะ การ์เดี้ยน

เดอะ การ์เดี้ยน ได้เข้าไปสัมภาษณ์รามอสแบบเอ็กคลูซีฟถึงหลายๆ ประเด็น รวมถึงประเด็นความขัดแย้งกับ เคราร์ด ปีเก้ รามอสจึงตอบไปว่า
“ผมกับปีเก้ เราแตกต่างกัน แต่ผมก็พยายามทำหน้าที่ในส่วนของผม”
“ความสัมพันธ์ระหว่างเรามันไมได้สำคัญอะไร ตราบใดที่เรายังสามารถลงสนามให้สเปนด้วยกันได้”
“แต่จะไม่มีการนัดดื่มเบียร์ด้วยกันแน่ๆ หากเขามามาดริด”

กุมภาพันธ์ 2015 – ขอบคุณเคลวิน โรลดัน !

แดนกระทิง

ระหว่างงานปาร์ตี้วันเกิดของ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ พวกเขาได้ถ่ายรูปร่วมกับ เคลวิน โรลดัน น้องร้องชื่อดังชาวโคลัมเบีย และสองวันต่อมา พวกเขาก็พ่ายให้กับอัตเลตีโก มาดริด ไป 4-0 แฟนบอลจึงต่างวิจารณ์ถึงการพ่ายแพ้ในครั้งนี้ว่า เพราะพวกเขาปาร์ตี้กันสุดเหวี่ยงเกินไป ซึ่งในตอนนั้นตำแหน่งจ่าฝูงอยู่ในมือของเรอัล มาดริด แล้ว อยู่ที่ว่าเขาจะรักษามันได้ตลอดรอดฝั่งหรือไม่ พวกเขาทั้งสองทีมมีแต้มที่ไม่ได้ห่างกันมากนัก และมาดริดเองหลังพ่ายอัตเลตีโก ก็เริ่มเป๋ไปเสียอย่างนั้น ทำให้บาร์ซาที่เครื่องเริ่มติดตั้งแต่ช่วงกลางฤดูกาล ก็เร่งเครื่องแซงมาดริด และคว้าแชมป์ลาลีก้าได้ในที่สุด

ปีเก้ที่ขึ้นชื่อเรื่องความเกรียนจึงกล่าวระหว่างการฉลองแชมป์ลาลีก้าของบาร์เซโลนาว่า “ต้องขอบคุณเคลวิน โรลดัน เส้นทางสู่แชมป์ของเรา เริ่มต้นมาจากเขาน่ะแหละ”

และนั่นก็ได้ไปถึงหูของเซร์คิโอ รามอส ในที่สุด จึงสวนกลับไปอย่างไม่ยอมอ่อนข้อว่า “เมื่อไหร่ที่คนจะฉลองแชมป์ พวกเขาก็มักจะพูดไปเรื่อยเปื่อย แต่ถ้าเป็นผม ผมคงแค่สนุกไปกับช่วงเวลาแบบนี้กับเพื่อนร่วมทีม คงไม่ไปแขวะใครแน่ๆ”

ธันวาคม 2015 – อีโมจิเจ้าปัญหา

หลังเรอัล มาดริด พลาดท่าตกรอบ ถ้วยโกปา เดล เรย์ ในรอบ 32 ทีมสุดท้าย เคราร์ด ปีเก้ ก็โผล่ทวีตข้อความเป็น อีโมจิคนหัวเราะ ซึ่งแน่นอนว่าคนที่เกลียดมาดริดเข้าเส้นเลือดอย่างเขา คงไม่พ้นการเยาะเย้ยคู่แข่งเป็นแน่

เคราร์ด ปีเก้

อัลบาโร่ อาเบลัว กองหลัง เรอัล มาดริด ตอนนั้นเห็นข้อความนี้ จึงได้ทวีตข้อความโจมตีปีเก้ ว่าจะหมกมุ่นกับเรอัล มาดริด ทำไมกันนักกันหนา เอาเวลาไปสนใจเรื่องตัวเองเหอะ

ปีเก้ ก็ไม่ยอมแพ้ สวนกลับอาเบลัวว่าเป็นพวก ลงสนามไม่ค่อยเยอะ อยู่นิ่งๆ ยืนเฉยๆ แบบ ‘กรวย’ ที่กั้นบนถนนดีกว่า

เมื่อรามอสเห็นปีเก้ เหน็บแนมเพื่อนตัวเองรวมถึงเป็นเพื่อนร่วมชาติที่จะต้องลงสนามรับใช้ชาติด้วยกัน จึงได้ตอกหน้าปีเก้กลับไปว่า

“การไม่ให้เกียรติซึ่งกันและกันแบบนี้ มันทำให้บรรยากาศโดยรวมแย่”

“ปิเก้ ควรเดินตามรอยของรุ่นพี่ในทีมชาติอย่างการ์เลส ปูโยล, ชาบี เอร์นันเดซ , ราอูล และ อีเกร์ กาซียาสบ้างนะ”

รามอส

มกราคม 2017 – ความลำเอียงของผู้ตัดสิน

นักเตะ แดนกระทิง

โกปา เดล เรย์รอบ 16 ทีมสุดท้าย ที่บาร์เซโลนาพ่ายต่อ แอธเลติก บิลเบา 2-1 แต่เรอัล มาดริด กลับเอาชนะเซบียาไป 3-0 ซึ่งนั่นทำให้ปีเก้ รู้สึกถึงความไม่เป็นธรรม เพราะทางฝั่งมาดริด มีประเด็นจุดโทษปัญหาระหว่างเกม และพวกเขาก็ได้ประตูจากมัน ซึ่งทางฝั่งบาร์ซา กลับเป็นแบบตรงข้าม พวกเขาควรได้จุดโทษอยู่ครั้งสองครั้ง แต่กรรมการก็ไม่ได้ให้จุดโทษพวกเขา ปีเก้ จึงออกมาให้สัมภาษณ์กับสื่อถึงเรื่องดังกล่าวว่า

“จุดโทษของเนย์มาร์ เราควรได้ เพราะมันชัดเจนมาก ไหนจะลูกที่กอร์ก้า อิไรซอส เล่นงานผมด้วย แต่ผมก็รู้แหละ ว่าลาลีก้า มันเป็นแบบไหน พวกเขามักจะลำเอียง และช่วยเหลือใคร”

“ก็เห็นๆ กันอยู่ระหว่างเกมที่เซบีญ่าพบกับมาดริด เมื่อวาน ที่มีฝั่งหนึ่ง ได้การช่วยเหลือจากกรรมการ ตั้งแต่นาทีแรก จนนาทีสุดท้าย”

นักข่าวคาบคำสัมภาษณ์ของปีเก้ ไปถาม เซร์คิโอ รามอส อีกครั้ง เขาฉุนกึก และสวนไปทันควันเช่นกันว่า “เราทุกคนก็รู้ ว่าโลกของปิเก้ เขาคิดแค่ว่า ทุกคนจ้องแต่จะอยู่ฝั่งตรงข้ามกับเขา”

เมษายน 2017 – “พูดไปดิ พูดต่อไป” รามอส

บาเซโลน่า

เบอร์นาเบว นักเตะบาร์เซโลนา ถูกเรอัล มาดริด จ้องจะเล่นลูกตุกติกอยู่เรื่อยๆ ตลอดทั้งเกม ซึ่งปีเก้เอง เห็นเพื่อนโดนเล่นงานก็ไม่คิดที่จะอยู่นิ่งเฉย เขาเข้าไปกดดันกรรมการอยู่หลายครั้ง จนในที่สุดก็เป็นผล เซร์คิโอ รามอส เข้าเสียบสองขาใส่ ลีโอเนล เมสซี่ จนล้มคะมำ ทำให้กรรมการตัดสินใจโยนใบแดง ไล่เขาออกจากสนามทันที ส่วนปีเก้ ก็ปรบมืออย่างพอใจ กับการตัดสินของกรรมการในครั้งนี้
รามอส ที่กำลังจะออกจากสนามไม่พอใจต่อท่าทีของปีเก้ ในเรื่องนี้เป็นอย่างมาก แล้วเปิดสงครามน้ำลายต่อว่า “พูดไปดิ พูดต่อไป” พร้อมกับปรบมือประชดประชัน ปีเก้ ไปด้วย
หลังเกมนั้น ปีเก้ให้สัมภาษณ์กับสื่อว่า “รามอสจะต้องรู้สึกเสียใจทีหลัง กับการประชดประชันผมในครั้งนี้ เมื่อเขากลับถึงบ้าน”
“มันเป็นหน้าที่ของเขาที่จะต้องตัดสินแบบนั้น ซึ่งถ้าเขาไม่ทำ เขาก็เป็นผู้ตัดสินที่แย่”
ทางฟากของรามอสนั้น ก็ได้บอกนักข่าวว่า “บางทีคงเป็นเพราะการพูดกดดันผู้ตัดสินไม่หยุดของเขา และสุดท้ายมันก็ส่งผลต่อผู้ตัดสินจริงๆ”

ทั้งหมดทั้งมวลที่ผมยกมานั้นเป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น

ติดตามข่าว ลาลีกา สเปน ได้ที่ www.5league.com/ลาลีกา-สเปน/

ติดตามแฟนเพจของเราได้ที่ facebook.com/5ลีก-ดอท-คอม

 

Please follow and like us:
0