ฟลายอิ้ง ดัตช์แมน อัศวิน “สีส้ม” เลือดใหม่ ในวันที่กลับมาไฉไล เหมือนในอดีต

ฟลายอิ้ง ดัตช์แมน อัศวิน “สีส้ม” เลือดใหม่ ในวันที่กลับมาไฉไล เหมือนในอดีต

December 17, 2018 0 By theadmin

ทีมชาติเนเธอร์แลนด์ เจ้าของฉายา อัศวิน “สีส้ม” หรือที่เราคุ้นหูกันในนาม ฮอลแลนด์ กำลังโชว์ฟอร์มได้อย่างสุดสะเด่าในฟุตบอลรายการใหม่อย่าง “ยูฟ่า เนชัน ลีก” จบด้วยการเป็นแชมป์กลุ่ม 1 ของลีกเอ ผ่านเข้ารอบตัดเชือกเรียบร้อย ทั้ง ๆ ที่อยู่ร่วมกับของแข็ง 2 แชมป์โลกใน 2 ครั้งล่าสุดอย่าง เยอรมัน (2014) และ ฝรั่งเศส (2018)

หลังจากอดร่วมโม่แข้งกับ 2 รายการเมเจอร์หลังสุด อย่าง ยูโร 2016 และ เวิลด์คัพ 2018 โดยเวทีรอบสุดท้ายหนล่าสุดของทีมกังหันลม ต้องย้อนกลับไปถึง เวิร์ลคัพ 2014 ที่ทีมคว้าอันดับสามมาครองได้ภายใต้การคุมทัพของ หลุยส์ ฟาน กัล

ขุนพลแกนนำในชุดนั้น ตัวหลัก ๆ อาทิ โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ ,อาร์เย็น ร็อบเบน, เวสลี่ย์ ชไนเดอร์,เดิร์ค เค้าท์ และ ไนเจล เดอ ย็อง โดยทั้ง 5 แข้งนี้คือตัวสำคัญ ของบอลโลกครั้งนั้น เพราะมีประสบการณ์รองแชมป์โลกเมื่อปี 2010 บนดินแดนกาฬทวีป

อัศวิน สีส้ม

กราฟของฟุตบอลก็ไม่ได้แตกต่างอะไรกับชีวิตของคนเรา เมื่อมีขึ้นก็ต้องมีลง ฟุตบอลโลก 2014 แกนหลักของอัศวินสีส้มล้วนอายุแตะ 30 กันแทบทั้งนั้น ด้วยสังขารที่เริ่ม “โรยรา” ทำให้ผลงานของทีมชาตินั้นถดถอยถึงขนาดว่าวรอบสุดท้ายรายการใหญ่สองครั้งซ้อนอย่างที่กล่าวไว้ตอนต้น

แต่จากวันนั้น จนถึงฟอร์มปัจจุบันอันไฉไล ในวันที่พวกเขาถ่ายเลือดอัศวินให้กับเหล่าดาวรุ่งผู้เป็นความหวังใหม่ของกังหันชน ในคอลัมน์นี้เราจะพาแฟนบอลทุกท่านไปดูแต่ละตำแหน่งของ เนเธอร์แลนด์ ชุดนี้ว่าแข็งแกร่งอย่างไร และมีใครกันบ้างเป็นคีย์แมนที่จะพาอัศวินสีส้มกลับมาผงาดได้อีกครั้ง


เกมรับและนายทวาร

ฟลายอิ้ง ดัตช์แมน

เริ่มจากตำแหน่งนายทวาร เยสเปอร์ ซิเลสเซ่น แม้เจ้าตัวจะเป็นเพียงแค่มือสองในระดับสโมสรกับ บาร์เซโลน่า แต่กับทีมชาติแล้ว เจ้าตัวยังคงได้รับไว้วางใจ โรนัลด์ คูมัน ผู้เป็นกุนซือ โดยมี เยเรน ซุท ของ พีเอสวี ไอน์โฮเฟ่น เป็นมือสอง หากพูดถึงฝีมือแล้ว ทั้งสองคนนี้มีความเหนียวแน่นที่แทบไม่ต่างกัน แต่ ซิเลสเซ่น นั้นมีทีเด็ดในเรื่องของการเล่นบอลด้วยเท้าและการเปิดเกม

ทีเด็ดของเกมรับชุดนี้อยู่ที่ตำแหน่งเซนเตอร์แบ็ค เมื่อมี เวอร์จิล ฟาน ไดจค์ ปรากการหลังค่าตัวแพงที่สุดในโลกของลิเวอร์พูลเป็นตัวหลัก คอยบัญชาเกมรับพ่วงตำแหน่งกัปตัน ส่วนคู่ของ ฟาน ไดจค์ สลับสับเปลี่ยนไปตามแท็คติก มี สเตฟาน เดอ ฟรายจ์จากอินเตอร์ ,มัทไธจส์ เดอ ลิกต์ ดาวโรจน์ของอาหยักซ์ และ นาธาน อาเก้ เซนเตอร์ของ บอร์นมัธ ทีมฟอร์มแรงพรีเมียร์ลีก

ส่วนทางกราบขวามี เคนนี่ เตเต้ ของลียง สลับสับเปลี่ยนกับ เดนเซล ดรัมฟรีย์ แบ็กจอมบุกจากพีเอสวี ซ้ายเป็นของ ดาลี่ย์ บลินด์ อดีตนักเตะแมนยู ซึ่งปัจจุบันย้ายกลับมาเล่นกับอาหยักซ์ที่บ้านเกิด และ แพททริค ฟาน แอนโฮลท์ ที่ส่งเข้าประกวดโดย คริสตัล พาเลซ

จากรายชื่อผู้เล่นจะเห็นว่าเซนเตอร์แบ็คของชุดนี้สามารถเซ็ทเกมรุกได้ทุกคน บ่งบอกถึงเอกลักษ์ความเป็น “โททัลฟุตบอล” ของแดนกังหันได้เป็นอย่างดี ยิ่งกับแบ็กทั้งสองข้างไม่ต้องพูดถึงทุกคนล้วนถนัดการเล่นเกมบุกเป็นชีวิตจิตใจ


แดนกลางและเกมรุก

ทีมชาติเนเธอร์แลนด์

แผงกองกลางของทัพอัศวินชุดนี้ ตัวยืนทั้ง 4 เกม ในศึก ยูฟ่า เนชัน ลีก นั้น โรนัลด์ คูมัน เฮดโค้ชของทีมเลือกใช้ จอร์จินิโอ ไวจ์นัลดุม ของลิเวอร์พูล ที่ได้ปลดปล่อยอิสระในการเล่นเกมรุกมากกว่าตอนเล่นให้กับสโมสร ประสานงานกับ มาร์เท่น เดอ รูน ของอตาลันต้า และ โคตรดาวรุ่งอีกคนจากรั้ว อาหยักซ์ อัมเตอร์สดัม อย่าง แฟรงกี้ เดอ ยอง ทั้งสามคนนี้เล่นร่วมกันได้อย่างไหลลื่น โดยมีคนอื่น ๆ เช่น เควิน สตรอทมัน (มาร์กเซย) ,ดอนนี่ ฟาน เดอ เบค (อาหยักซ์), โทนี่ วิเอลน่า (เฟเยนอร์ด) และ ปาโบล โรซาริโอ (พีเอสวี) สลับสับเปลี่ยนกันลงมาเล่นบ้างตามแต่แท็คติกที่ คูมัน เลือกใช้

และคนที่เป็นคีย์แมนในเกมรุกชุดนี้ คือ เมมฟิส เดปาย ที่กลับมาเกิดใหม่อีกครั้งหลังไปชุบตัวกับ โอลิมปิก ลียง ในเมืองน้ำหอม เรียกว่าเกมบุกของอัศวินสีส้มชุดนี้มีเขาเป็นหัวใจเลยยังไงอย่างงั้น และอีกคนที่น่าเซอร์ไพรส์ ได้แก่ ไรอัน บาเบล กลับมาเก่งอีกครั้งในวัย 31 ปี

โดยมี เบซิคตัส เป็นถิ่นชุบชีวิตการค้าแข้งใหม่ของเจ้าตัว แถมยังมีตัวจี๊ดอย่าง ควินซี่ โพรเมส (เซบีญ่า) สตีเฟน เบิร์กไวจน์ (พีเอสวี) ยาไวโร่ ดิลโรซุน (แฮร์ธ่า เบอร์ลิน) และหากต้องการเปลี่ยนแท็กติก ก็ยังมี ลุค เดอ ยอง หัวหอกตัวเป้าฟอร์มแรงของพีเอสวีไว้เป็นทีเด็ดอีกต่างหาก

เกมบุกของทัพอัศวินชุดนี้มีความหลากเป็นอย่างมาก นักเตะตัวรุกของพวกเขาทุกคนล้วนมีความเร็วและทักษะเฉพาะตัวที่พร้อมสร้างอันตรายให้กับคู่แข่งได้ตลอดเวลา ผลงานในเกมฝรั่งเศสและเยอรมัน เป็นการการันตีฝีมือพวกเขาได้เป็นอย่างดี

ฮอลแลนด์

เชื่อว่าใครที่ได้ยลฟอร์มการเล่นของฮอลแลนด์เลือดใหม่ชุดนี้ น่าจะชื่นชอบและสนุกไปกับพวกเขาเหล่าดาวรุ่งวัยคะนองผสมผสานกับแข้งหลัก ๆ ที่อายุกำลังเดินทางเข้าจุดพีค แนวทางการเล่นฟุตบอลที่เอ็นเตอร์เทนแฟนบอล และเสน่ห์บนยูนิฟอร์มสีส้มแสดบาดตาตั้งแต่ยุคสมัยพวก เดนนิส เบิร์กแคมป์, แพทริค ไคลเวิร์ต, เอ็ดการ์ ดาวิดส์, คลาเลนซ์ เซดอร์ฟ และสตาร์อีกมากมายนับไม่ถ้วนของพวกเขากำลังจะกลับมาให้พวกพวกเราได้ตื่นตากันอีกครั้งกับแก๊งวัยคะนองเจเนเรชั่นนี้

และหากไม่มีอะไรผิดพลาด ทัพอัศวินสีส้มชุดนนี้ ไม่น่าจะมีปัญหาในการตีตั๋วไปเล่น ยูโร 2020 หรืออาจต่อยอดไปจนถึงบอลโลก 2022 ที่กาต้าร์ได้เลย เป็นอะไรที่น่าติดตามเป็นอย่างยิ่ง ว่าฮอลแลนด์ยุคถ่ายเลือดจะไปได้ไกลแค่ไหน และพวกเขาเหล่านี้จะทำได้ดีเหมือน หรือ “ดีกว่า” รุ่นก่อน ๆ หรือไม่ ยังไงขอฝากทัพกังหันชุดนี้ไว้ในอ้อมอกอ้อมใจแฟนบอลทุกท่านด้วยอีกหนึ่งทีม

อ่าน โคตรคุ้ม ! เชอร์ดาน ชากีรี ถูกเหมือนได้ฟรี แถม “ฝีเท้าดี” อีกด้วย


ข่าวสารอื่นๆ ใน บอลออนไลน์ https://www.5league.com

และ FB 5 ลีก ดอท คอม

 

Please follow and like us:
error0