“ผี-ปืน-สิงห์บลู” จากการ ล่าแชมป์ สู่ โอกาสสุดท้าย ของ พื้นที่ UCL

“ผี-ปืน-สิงห์บลู” จากการ ล่าแชมป์ สู่ โอกาสสุดท้าย ของ พื้นที่ UCL

March 18, 2019 0 By theadmin

เมื่อเวลาผ่านไป เป้าหมาย ในการทำอันดับต่างลดหลั่นลงไปเรื่อย ๆ ตามฟอร์มการเล่น และหากย้อนไปไกลกว่านั้น ทั้ง 3 ทีม ที่เรากำลังจะเอ่ยชื่อต่อไปนี้ ศักยภาพของพวกเขาคือ ทีมหัวแถว ลุ้นแชมป์ พรีเมียร์ลีก ทั้งสิ้น

โอกาสสุดท้าย ของ “ผี-ปืน-สิงห์บลู” ในการ แย่งชิง ตั๋ว UCL

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, อาร์เซน่อล และ เชลซี ทั้งสามทีมตอนนี้กำลังชุลมุนยุ่งอยู่กับการลุ้นโควต้าไปลุย แชมเปียนส์ลีก UCL ฤดูกาลหน้า แต่ต้องบอกว่าสำหรับ “ปีศาจแดง” นั้นถือว่าฟอร์มแรงได้ทันเวลา กลับมาร่วมขบวนตามล่าตั๋วยูซีแอลได้ทัน หลังจากหลุดโค้งไปช่วงนึง

จะบอกว่าแฟน ๆ ผีแดง อาจไม่คุ้นชินก็คงพูดได้ไม่เต็มปากเท่าไหร่ เพราะหลังจากหมดยุค “ท่านเซอร์” พวกเขาก็ห่างหายจากแชมป์ลีกมาสักพักแล้ว ยิ่งสาวกกูนเนอร์นี่หนักเลย นับแต่ยุค “อินวิซิเบิ้ล” ที่พวกเขาคว้าแชมป์แบบไร้พ่าย จนมาถึงตอนนี้นับคร่าว ๆ ก็เกือบ 20 ปีแล้วนะนั่น

มีเพียงแค่ เชลซี ของ ‘เสี่ยหมี’ โรมัน อบราโมวิช เท่านั้น ที่ในรอบสิบกว่าปียังได้ชูถ้วยแชมป์อยู่เรื่อย ๆ สลับปีกับซีซั่นแย่ ๆ ปะปนกันไป แล้วปีนี้ที่เปลี่ยนกุนซือมาเป็นบอลเกมรุกอย่าง เมาริซิโอ ซาร์รี่ ก็เริ่มต้นเหมือนจะเป็นฤดูกาลที่ดีบดบี้เพื่อแชมป์ แต่มาถึงตอนนี้เหมือนจะเป็นปีที่ต้องใช้เวลาในการเปลี่ยนแปลงแทน ลดสเปคความคาดหวังเหลือเพียงอันดับยูซีแอล

ตัดกลับมาที่ แมนฯ ยูไนเต็ด อีกรอบ ก่อนเริ่มฤดูกาลจากการคว้ารองแชมป์เมื่อปีที่แล้วด้วยฝีมือของ โชเซ่ มูรินโญ่ ทำให้พลพรรคคนรักอสูรนั้นมองถึงพัฒนาการขั้นต่อไปคือการล่าแชมป์ แต่ด้วยเหตุการณ์ต่าง ๆ สถานการณ์ในห้องแต่งตัว ผลงานที่ย่ำแย่ ความไว้เนื้อเชื่อใจในตัวกุนซือที่ต่ำลงไปเรื่อย ๆ ทุกสิ่งอย่างส่งผลให้ฤดูกาลนี้ไม่ได้เป็นไปอย่างที่หวัง จนถึงขนาดต้องเปลี่ยนผู้จัดการทีมมาเป็น “โอเล่ กุนนาร์ โซลชา” อดีตเด็กเก่าของทีมเอง

พอได้ โซลชา มาทุกสิ่งทุกอย่างก็เปลี่ยนไปในทิศทางที่ดีขึ้น เหมือนอดีตเพฌชฆาตหน้าทารกจะเข้ามารวบรวมจิตใจของทัพอสูรให้กลับมาอยู่ถูกที่ถูกทาง นอกจากนี้อาจเป็นเพราะเป้าหมายที่ไม่กดดันเหมือนเดิมแล้ว ทำให้พวกเขาโชว์ฟอร์มกลับมาเป็น “ปีศาจแดง” ที่น่าเกรงขามอย่างที่แฟนบอลพรีเมียร์ลีกเคยเห็นกันจนชินตาในยุค เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน

จากที่เคยตามหลังอันดับสี่ไกลแบบสุดกู่ มาถึงตอนนี้ แมนฯ ยูไนเต็ด คัมแบ็คมาไล่ล่าพื้นที่นี้อย่างเต็มตัว แถมดีไม่ดีจะได้ลุ้นถึงอันดับสามด้วยซ้ำ เมื่อ ท็อตแน่ม ฮอทสเปอร์ เริ่มออกอาการ “เป๋” ไม่ค่อยดี แพ้ติด ๆ กัน บ่อยครั้งในช่วงหลัง

เราไม่เคยเห็นทีมปีศาจแดงนั้นร้างแชมป์ลีกนานขนาดนี้มาก่อน แม้ว่านักเตะหลาย ๆ คนยังรู้สึกถึงมนตร์ขลังของสโมสรแห่งนี้ แต่ทุกคนก็อยากที่จะเล่นแชมเปียนส์ลีก ถ้าพวกเขายังอยากจะมีไม้ตายไว้ดูดสตาร์ดังแล้วล่ะก็ โค้งสุดท้ายนี้ พวกเขาต้องเหยีบให้มิดไมล์เพื่อสิ่งนี้ให้จงได้

แมนเชสเตอร์-ยูไนเต็ด

ข้ามฟากมาที่ฝั่งของ อาร์เซน่อล กันบ้าง หลังจากมีช่วงเวลาแหกโค้งไปบ้าง สืบเนื่องมาจากปัญหาภายใน โดยมี เมซุต เออซิล เป็นชนวนต้นเหตุ แล้วช่วงเวลาที่ทีมทำผลงานได้แย่ ดันไปตรงกับช่วงที่อดีตจอมทัพอินทรีเหล็กนั้นโดนดร็อปพอดี เลยทำให้เหล่าเดอะกูนเนอร์แบ่งเป็นสองฝ่าย

แต่เหมือนพอได้เคลียร์ใจกันระหว่าง อูไน เอเมอรี่ กับ เมซุต เออซิล พอเขาได้ลงสนาม ผลงานของทีมก็กลับมาแล่นฉิวอีกครั้ง เกมรุกที่เริ่มตื้นตัน เริ่มกลับมามีชีวิตชีวา มิติในการเข้าทำหลากหลายเหมือนในช่วงที่ขุนพลไอปืนโตชนะติด ๆ กัน 12 เกมรวด ทำให้เราได้รู้เลยว่าการจับ เออซิล นั่งสำรองมันไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นสักนิด

กลับกันตอนนี้ปัญหาที่ตามมารุมเร้าในรั้ว เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม เห็นทีจะเป็นอาการบาดเจ็บเสียมากกว่าที่พลัดพรากเหล่านักเตะของพวกเขาไปเรื่อย ๆ เรียกว่าดาหน้าสลับกันเจ็บเป็นว่าเล่น แต่ยังดีที่ อูไน เอเมอรี่ ยังคงปรับแท็กติกตามนักเตะที่มีอยู่ จนประคองผลงานให้ทีมยังเกาะอยู่ในตำแหน่งที่ดีในการล่าตั๋วแชมป์เปียนส์ลีกที่เหลือเพียงอยู่ใบเดียว

ก่อนจะคัมแบ็คกลับไปลุ้นคว้าแชมป์เหมือนวันวาน สิ่งแรกที่ เอเมอรี่ และพลพรรคปืนใหญ่ต้องทำในซีซั่นนี้ คือเขาต้องคว้าพื้นที่ยูซีแอลให้จงได้ เพราะนั่นจะมีผลต่อการเสริมทัพในฤดูกาลหน้า หาก อาร์เซน่อล ต้องการที่จะมีเอี่ยวลุ้นแย่งแชมป์พรีเมียร์ลีกอีกครั้ง

อาร์เซนอล

ในส่วนของ เชลซี นั้น ระบบการเล่นของของ เมาริซิโอ ซาร์รี่ พอใช้ไปนาน ๆ ก็เริ่มที่จะ “ตัน” เหมือนกัน แต่กูรูหลาย ๆ ท่านต่างให้ความเห็นตรงกันว่า ถ้าอยากเห็นของจริง ควรตัดเกรดทีมของกุนซือสิงห์อมควันในซีซั่นหน้า แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะทำผลงานเหลวเป๋วได้ในซีซั่นนี้

เพราะหาก ซาร์รี่ คิดแบบนั้น เห็นทีเขาคงกลายเป็นเหยื่อให้เจ้าของทีม อย่าง เสี่ยหมี เชือดอีกรายอย่างแน่นอน ขนาดช่วงที่ทีมเริ่มเห็นแววเลือนลางในการลุ้นคว้าแชมป์ในปีนี้ ข่าวลือต่าง ๆ เกี่ยวกับการปลดเขานั้นมีมาอย่างไม่ขาดสาย ถ้าจิตไม่แข็งพอป่านนี้ทีมคงหลุดโค้งยาว ๆ ไปแล้ว ยังดีที่ก่อนตลาดจะปิด เชลซี ได้ กอนซาโล่ อิกวาอิน เข้ามาแทนที่ อัลบาโร่ โมราต้า ทำให้แท็คติกของ ซาร์รี่ นั้นเริ่ม “เวิร์ค” อีกครั้ง เมื่อเขาได้กองหน้าในสเป็คที่ต้องการ อีกอย่างด้วยการที่เขาและ อิกวาอิน นั้นรู้มือกันดี ผลงานเชลซีก็เริ่มที่จะกลับมาเข้าที่เข้าทางอีกครั้ง

แต่ถ้า เชลซี ไม่ได้ไปเล่นยูซีแอล นอกจากจะยากในการดูดสตาร์ดังแล้ว พวกตัวหลักในทีมอาจจะพากันย้ายหนีไปหาความท้าทายใหม่ในต่างแดน เช่นในรายของ เอแด็น อาซาร์ ที่ป่านนี้ยังไม่มีใครรู้อนาคตว่าเขาจะอยู่กับทีมต่อไปหรือไม่ หรือจะเลือกย้ายไปอยู่ เรอัล มาดริด ทีมที่เป็นข่าวกับเจ้าตัวมาตลอด

ในช่วงที่เหลือนี้ ซาร์รี่ นั้นต้องอย่าให้ทีมแชมป์เก่าเมื่อสองปีก่อนผ่อนเกียร์เด็ดขาด ไม่งั้นชะตาของเขาน่าจะขาดตามด้วย ที่ต้องบอกแบบนี้ก็เพราะถึงแม้มันจะเป็นแค่ตัวยูซีแอลใบเดียว แต่มันก็คือหนทางสู่การกลับไปสร้างทีมให้ได้กลับมาลุ้นแชมป์อีกครั้ง

เชลซี

แต่จริง ๆ แล้วสาเหตุที่ทำให้พวกเขานั้นต้องไล่ล่าโควต้าแชมเปียนส์ลีกแทนที่จะเป็นบัลลังก์แชมป์เหมือนคราที่ยิ่งใหญ่ จะบอกว่าพวกเขานั้นฟอร์มตกหรือมีการบริหารผิดพลาดทั้งในและนอกสนามที่เสื่อมถอยลง ก็ดูจะเป็นการใจร้ายจนเกินไป หากคุณเป็นคอบอลพรีเมียร์ลีก คุณน่าจะรู้คำตอบดีว่าอะไรที่ทำให้พวกเขาต้องลดสเป็คแบบฮวบฮาบลงเช่นนี้

ปีแล้วปีเล่าแห่งการพัฒนาลีกไปพร้อม ๆ กันของทั้ง 20 ทีมบนลีกสูงสุด ส่งผลให้ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกนั้นเป็นลีกที่โหดหินขึ้นทุกวัน ๆ และเหตุผลสำคัญทำให้สามทีมยักษ์ใหญ่ที่เคยคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกรวมกันกว่าเกือบ 30 ครั้ง ต้องมาไล่ล่าเพียงพื้นที่ยูซีแอลอันน้อยนิดนี้ ก็เป็นเพราะเหตุผลข้างต้น รวมถึงการที่ พรีเมียร์ลีก นั้นมีทีมลุ้นแย่งแชมป์มากถึง 6 ทีม ประกอบไปด้วย แมนฯ ซิตี้, ลิเวอร์พูล, สเปอร์ส, อาร์เซน่อล, แมนฯ ยูไนเต็ด และ เชลซี มันไม่เพียงพอต่อโควต้าของเจ้าถ้วยยักษ์ยุโรปที่มีให้เพียงแค่ 4 ที่ !!!
เท่านั้น

อ่าน เซบีญ่า กับ การอัพเกรดและเวลาจะพาให้ พวกเขากลายเป็น ผู้ท้าชิงแห่งลีกกระทิงดุ


ข่าวสารอื่นๆ ใน บอลออนไลน์ https://www.5league.com

และ FB 5 ลีก ดอท คอม

Please follow and like us:
error0