ถึงเวลา “อินทรีผลัดขน” แล้วหรือยัง? สำหรับ ทีมชาติเยอรมนี

ถึงเวลา “อินทรีผลัดขน” แล้วหรือยัง? สำหรับ ทีมชาติเยอรมนี

January 15, 2019 0 By theadmin

หลังจากกระเด็น ตกรอบ เวิร์ลคัพ ฉบับ รัสเซีย แบบสิ้นลาย แชมป์เก่า สื่อแทบจะทุกสำนักรวมถึงเราๆ ท่านๆ เอง ต่างก็รู้กันดีว่า “มันถึงเวลาแล้วล่ะ !” ที่ ทัพอินทรีเหล็ก จำเป็นต้องถึงเวลา “อินทรีผลัดขน” เพื่อถ่ายเลือดใหม่แล้วซักที

ย้อนกลับไปชุดคว้าอันดับสาม ฟุตบอลโลก 2010 ณ ดินแดนกาฬทวีป แอฟริกาใต้ จนก้าวไปสู่จุดสูงสุดกับการคว้าโทรฟี่เวิร์ลคัพ 2014 บนแผ่นดินบราซิล มาถึงวันนี้นักเตะที่เป็นแกนหลักหลายคน แม้อายุอานามจะไม่ได้แก่จนถึงขั้นเป็นลุงเฒ่า แต่ที่หายไปแน่ ๆ และมันเป็นสิ่งสำคัญเหนืออื่นใด นั่นคือ “ความกระหาย”

อินทรีผลัดขน

พูดแบบนี้อาจจะมีบางท่านที่ยกมือไม่เห็นด้วย แต่เชื่อเถอะว่าการเล่นฟุตบอลถ้าคุณขาดแรงจูงใจหรือความกระหายในชัยชนะ ทุกสิ่งที่อย่างมันจะยากขึ้นเป็นหลายเท่าตัวในทันที ซึ่งบางทีการขาดความกระหายที่เราพูดถึงกันอยู่ มันก็เกิดขึ้นกับทีมอย่าง เยอรมัน ได้เหมือนกัน

ทีนี้ ทีมชาติเยอรมนี จะทำไงกันดีล่ะ ?

ช่วงที่ เยอรมัน โชว์ผลงานย่ำแย่ในบอลโลกครั้งที่ผ่านมา คนที่ถูกพุ่งเป้าโจมตีมากที่สุดคงหนีไม่พ้น “บุนเดสเทรนเนอร์” โยอาคิม เลิฟ แต่เมื่อ เดเอฟเบ ยันเองว่าจะไมปลด แถมเจ้าตัวยังขออยู่สู้ต่อ สเต็ปต่อไปที่จะแก้ได้ก็คือเรื่องของนักเตะเนี่ยแหละ ก็ถ้าคุณคิดว่าความกระหายที่มีของนักเตะชุดเดิมนั้นขาดหายไป สิ่งที่ผู้เป็นโค้ชต้องทำ คือ “ถ่ายเลือดใหม่” เปลี่ยนมันใหม่ซะ !

อินทรีเหล็กเลือดใหม่ฝีเท้าดีมีให้ เลิฟ เลือกมากมายเต็มไปหมด ซึ่งในฟุตบอล เนชั่นคัพ ที่ เยอรมัน ก็ยังคง “บ้อท่า” ตกรอบอีกเช่นเคย แต่อย่างน้อย ๆ เราก็ได้เห็นการเปลี่ยนแปลงในแง่ของการเรียกตัวและวิธีการเล่นใหม่ ๆ ที่แตกต่างออกไปจากเดิม

กับอีกไม่กี่เดือนที่รอบคัดเลือก ยูโร 2020 จะเริ่มเปิดฉากฟาดแข้ง โดย ทัพอินทรีเหล็ก อยู่กลุ่มซี ร่วมกับ เนเธอร์แลนด์, ไอร์แลนด์เหนือ, เอสโตเนีย, เบราลุส เมื่อดูจากรายชื่อทีมดังกล่าว หากไม่ประมาทจนเกินไป มันไม่ใช่งานที่ยากอะไรเลยสำหรับทีมอย่าง เยอรมัน อยู่ที่ตัวพวกเขาเองแล้วแหละรอบนี้ และนี่ก็อาจจะเป็นทัวร์นาเมนท์ตัดสินชะตาของ โยอาคิม เลิฟ เลยก็ว่าได้ มีอะไรซ่อนไว้หรืออยากทำ ไม่งัดออกมาตอนนี้ก็ไม่รู้ว่าจะได้ใช้อีกทีตอนไหนแล้ว

ทีมชาติเยอรมนี

ว่ากันตามตรง เยอรมัน ชุดตกรอบแรกบอลโลก 2018 ถ้ามีแรงจูงใจมากพอ ความสามารถนักเตะของชุดที่ใช้ก็ยังสามารถไปได้ไกลกว่านี้แน่ ๆ แต่บางทีคนที่ควรปลดระวางมันก็มีพอสมควรเหมือนกัน อย่างน้อย ๆ ก็เพื่อเปิดทางให้กับเหล่าดาวรุ่งเลือดใหม่ ซึ่งหลายคนถ้าได้รับโอกาสน่าจะทำผลงานได้ดีไม่แพ้รุ่นพี่ที่เริ่ม “โรยรา” แล้วอย่างแน่นอน

เหล่าขุนพลรุ่นใหม่ที่มีโอกาสติดธงแล้วอย่าง ติโม แวร์เนอร์, เลรอย ซาเน่, โยชัว คิมมิช, เลออน เกอเร็ตซ์ก้า, นิคลาส ซือเล่อ, ยูเลี่ยน บรันดท์ และ แซร์จ นาบรี้ พร้อมแล้วที่จะยกระดับฝีเท้าตัวเองเพื่อทดแทนรุ่นพี่ให้ได้ในเร็ววัน

ไหนจะพวก ไค ฮาแวร์ทซ์, ติโล เคเรอร์, โยนาธาน ทาห์ อีก ทุกคนมีฝีเท้าฉกาจฉกรรจ์เกินวัยแทบทั้งสิ้น หากจะให้มาไล่กันให้ครบทุกตำแหน่งของสายเลือดใหม่ บอกเลยว่า อินทรีเหล็กเลือดใหม่ ชุดนี้อาวุธครบมืออยู่พอสมควร

ทัพอินทรีเหล็ก

รอบคัดเลือกยูโร 2020 ที่จะถึงนี้ ถ้า โยอาคิม เลิฟ สามารถผนึกเหล่า “ยังบลัด” กับผู้เล่นตัวเก๋าที่ต้องมีเอาไว้ประคองน้อง ๆ ในชุดนี้อย่าง มานูเอล นอยเออร์ โคตรโกล และกัปตัน มัทส์ ฮุมเมิ่ลส์ คอยพยุงในแดนหลัง ส่วนกลางสนามปล่อยให้เป็นหน้าที่ของ โทนี่ โครส จอมทัพของราชันชุดขาว เรอัล มาดริด โดยพื้นที่สุดท้ายในแนวรุก ก็ยังมี มาร์โก ร้อยส์ รวมถึง โธมัส มุลเลอร์ ที่ยังมีความจำเป็นและยังคงมีประโยชน์ต่อน้อง ๆ อินทรีเหล็กวัยกระเตาะชุดนี้

เพราะในโลกของฟุตบอล ต่อให้คุณเก่ง มีความสดใหม่ เฟรชชี่ แค่ไหนก็ตาม หากคุณขาดผู้นำที่มีประสบการณ์ ก็อาจจะพลาดในช่วงเวลาที่มันบีบคั้น ช่วงเวลาที่ความสามารถเพียงอย่างเดียว ไม่อาจช่วยให้ทีมของคุณผ่านพ้นวิกฤตเหล่านี้ได้ตลอดรอดฝั่ง ยูโร 2020 นี้ของทีมชาติเยอรมัน จึงเป็นอะไรที่น่าติดตามเป็นอย่างมากสำหรับแฟนบอลอย่างเรา ว่าหน้าไพ่ตัวผู้เล่นจะออกมาในรูปแบบไหน

เหลือเวลาอีก 1 ปีเต็ม ๆ กับการผสมผสานผู้เล่นตัวเก๋าที่เราได้กล่าวไปก่อนหน้านี้ กับผู้เล่นดาวรุ่งที่รอวันเก็บเวลเพื่อให้พร้อมที่จะทำศึกใหญ่ทัวร์นาเมนท์เมเจอร์ของพวกเขา ถ้า เลิฟ สามารถปรุงสิ่งเหล่านี้ออกมาได้กลมกล่อมเพียงพอ เยอรมัน ก็จะกลับมาน่ากลัวได้อีกครั้ง รวมถึงมีสิทธิ์ไปไกลถึงแชมป์ได้เลย หากปัจจัยทุกอย่างมันมาอย่างครบถ้วน

โยอาคิม-เลิฟ

เพราะถ้าเราพูดกันถึงแค่เรื่องศักยภาพของนักเตะชุดนี้ เยอรมัน ไม่เป็นสองรองใครอย่างแน่นอน นิวเจนของพวกเขาก้าวมาเป็นตัวหลักในระดับสโมสรกันเกือบจะทุกคนอยู่แล้ว เหลือแค่ เลิฟ เนี่ยแหละว่าจะทำยังไงให้พวกเขาโชว์ฟอร์มให้กับทีมชาติออกมาเต็มขีดความสามารถที่สุด

และที่สำคัญเลยที่ขาดไม่ได้คือเรื่องของ “แพสชัน” ที่แข้งตัวเก๋าต้องปลูกถ่ายให้น้อง ๆ รวมถึงผู้เป็นกุนซือเองอย่าง เลิฟ ก็ต้องสร้างแรงจูงใจเหล่านี้ให้ผู้เล่นชุดนี้กลับมามีความกระหายในชัยชนะให้ได้มากที่สุด

ต้องมาติดตามดูกันว่า โยอาคิม เลิฟ จะทำได้ดีแค่ไหนกับการถ่ายเลือดใหม่ให้กับทัพอินทรีเหล็กชุดนี้ เยอมันจะกลับมาเป็นเยอรมันที่น่าเกรงขามแบบที่แฟนบอลเคยรู้จักเหมือนเดิมได้อีกหรือไม่ มันเป็นอะไรที่ผมแทบจะรอคำตอบแทบไม่ไหวแล้วเหมือนกัน

อ่าน “กาลาคติกอส” คนใหม่ ! ของ เรอัล มาดริด ควรเป็นใคร ?


ข่าวสารอื่นๆ ใน บอลออนไลน์ https://www.5league.com

และ FB 5 ลีก ดอท คอม

Please follow and like us:
0