4 ดาวซัลโว “ต้นแรงยิงกระจาย” เริ่มฤดูกาล พรีเมียร์ลีก 2018-2019

4 ดาวซัลโว “ต้นแรงยิงกระจาย” เริ่มฤดูกาล พรีเมียร์ลีก 2018-2019

October 8, 2018 0 By theadmin

มาถึงตอนนี้ พรีเมียร์ลีกอังกฤษ เปิดฉากโม่แข้งกันมาถึงนัดที่ 7 ของฤดูกาลแล้วนะครับ และเป็น ทางแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ของ เป๊ป กวาดิโอล่า นำเป็นจ่าฝูง โดยอาศัยจังหวะชุลมุนในเกมบิ๊กแมตช์ระหว่าง เชลซี ปะทะ ลิเวอร์พูล ที่จบลงด้วยการแบ่งแต้ม ทำให้ทีม เรือใบสีฟ้าสวมบท “ตาอยู่” แอบแซง หงส์แดง ขึ้นไปอยู่บนบัลลังก์ด้วยลูกได้-เสียที่ดีกว่าถึง 6 ประตูด้วยกัน แต่ เชลซี ของ เมาริซิโอ ซาร์รี่ ก็ตามมาไม่ห่าง มีแต้มน้อยกว่า 2 ทีมนำเพียงแค่ 2 แต้มเท่านั้น เรียกว่าบดบี้ขยี้บี้กัน “มันส์” สุด ๆ สำหรับช่วงต้นฤดูกาล

นอกเหนือจากเรื่องลุ้นแชมป์และการทำอันดับที่สุดมันส์ของแต่ละทีม การลุ้นแย่งดาวซัลโวในช่วงที่ผ่านมาก็ถือว่าเข้มข้นไม่แพ้กัน พวกที่เปิดตัวอย่างร้อนแรงใน 2-3 เกมแรกอย่าง มาเน่ ของลิเวอร์พลู หรือ ริชาร์ลิซอน จากเอฟเวอร์ตัน ต่างเครื่องสะดุดหยุดอยู่ยิงที่ไปเสียดื้อ ๆ
ซะอย่างงั้น

แต่ก็ยังมี “บางคน” ที่ยังฮอทยิงได้อย่างต่อเนื่อง พร้อมพาทีมต้นสังกัดบินสูง ประกอบกับขาประจำหน้าเก่าที่เราคุ้นหน้าคุ้นตากันเป็นอย่างดี และในคอลัมน์นี้เราจะพาทุกท่านไปพบกับ

4 อันดับ ดาวซัลโว พรีเมียร์ลีก ในขณะนี้ (05/10/2018)

จะมีใครกันบ้างที่น่าจับตามอง ดูยาว ๆ ทั้งฤดูกาล 2018-2019 ไปชมกันเลยครับ

1. เอแด็น อาซาร์ (เชลซี) – 6 ประตู

4 ดาวซัลโว

อาซาร์ สานต่อฟอร์มอันร้อนแรงของตัวเองจากเวิลด์คัพฉบับรัสเซียลากยาวยันต้นซีซั่นพรีเมียร์ลีกปีนี้ไปเลย และคนที่ได้กำไรก็ไม่ใช่ใครอื่นนอกจาก ซาร์รี่ และแฟน ๆ สิงห์บลูส์ นั่นเอง ซึ่งตั้งแต่ย้ายมาร่วมทีม เชลซี เมื่อปี 2012 มีเพียงซีซั่นเดียวเท่านั้นที่ อาซาร์ ยิงไม่ถึงหลัก 10 ประตู น่าจะเป็นเครื่องการันตีถึงคุณภาพในการทำประตูของเขาคนนี้ได้ในระดับหนึ่ง

นอกจากการสร้างสรรค์เกมแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่เป็นจุดแข็งของ อาซาร์ คือการจบสกอร์ เขาเป็นนักเตะที่มีเทคนิคการวางเท้ายิงที่ดีมาก ๆ สามารถสร้างสกอร์ได้หลากหลายรูปแบบ ส่วนซิกเนเจอร์ของ อาซาร์ ที่ผู้ชมมักจะเห็นกันจนชินตานั่นก็คือ การเลี้ยงจี้เข้าหากองหลังจากฝั่งซ้ายของสนามก่อนจะตัดเข้าขวาเข้าไปยิงตามแบบฉบับปีกสบายสปีดยุค 4.0

และยิ่งไปกว่านั้นในซีซั่นนี้ เมื่อ เชลซี ได้กุนซือจอมบุกอย่าง เมาริซิโอ ซาร์รี่ มากุมบังเหียน ผลงานการจบสกอร์ของ อาซาร์ ในซีซั่นนี้ยิ่งเล่นดุขึ้นกว่าเดิม หากเรามองถึงสิ่งที่ ซาร์รี่ นั้นได้อัพเกรดให้กับ ดรีส เมอร์เท่นส์ ลูกทีมคนเก่าของเขาสมัยคุม นาโปลี ซาร์รี่ จับ เมอร์เท่นส์ จากกองหน้าฝั่งซ้ายหุบเข้ามายืนเป็นตัวเป้า และ เมอร์เท่นส์ ก็ตอบแทนความไว้วางในนั้นด้วยการถล่มตาข่ายเป็นกอบเป็นกำ

เมื่อเราดูผลงานจาก 7 เกมแรกผ่านไปนั้น อาซาร์ กดไปแล้วถึง 6 เม็ดด้วยกัน ซึ่งในซีซั่นที่แล้วเขายิงได้ทั้งซีซั่นแค่ 12 ลูก แต่ซีซั่นนี้สตาร์ทก็รัวมาไกลครึ่งทางแล้ว และถ้าในฤดูกาลนี้เขายังรักษาความเฉียบคมเอาไว้ได้ตลอดทั้งซีซั่น อาซาร์ จะสามารถก้าวไปอยู่จุดเดียวกับผลงานการทำประตูของ เมอร์เท่นส์ ในซีซั่น 16-17 ได้ที่จำนวน 28 ประตู และอาจทำลายสถิติการยิงประตูในพรีเมียร์ลีก 16 ประตูของตัวเองลงในซีซั่นนี้อย่างราบคาบ


2. เซร์คิโอ “กุน” อเกวโร่ (แมนเชสเตอร์ ซิตี้) – 5 ประตู

ต้นแรงยิงกระจาย

คงไม่ต้องสาธยายสรรพคุณอะไรกันมากสำหรับ “เอลกุน” คนนี้ เมื่อเขาคือเจ้าของสถิติดาวซัลโวสูงพรีเมียร์ที่ไม่ใช่ชาวยุโรปด้วยจำนวน 148 ประตู แม้ฤดูกาลก่อนขนาดเจ้าตัวมีอาการบาดเจ็บรบกวนอยู่ตลอด ยังกระทุ้งให้ ซิตี้ ในพรีเมียร์ลีกถึง 21 ประตู จากการลงเล่นเพียง 25 เกมเท่านั้น

สถิติเมื่อจบซีซั่นที่แล้วของ กุน ค้างเติ่งไว้ที่ 199 ลูก แต่หัวหอกชาวอาร์เจนไตน์ ก็ไม่ใช้เวลานานทำลายสถิติดาวซัลโวสโมสรด้วยประตูที่ 200 เมื่อกลับมาจากพักร้อนหลังเสร็จบอลโลก รัซเซีย 2018 ในเกมฟุตบอลคอมมูนิตี้ ชิลด์ 2018 กับ เชลซี แมตช์ก่อนเปิดฤดูกาลพรีเมียร์ลีก

และพอเปิดซีซั่นก็อย่างที่ทุกคนเห็นกัน กุนก็คือกุน เมื่อเขายังยิงสลุตไปถึง 5 ประตู จาก 7 เกม ณ ตอนนี้ แล้วได้สถาปนาตัวเองเป็นดาวยิงตลอดกาลของ “เรือใบสีฟ้า” ด้วยจำนวน 205 ประตู
ไปแล้วเป็นที่เรียบร้อย ซึ่งนอกจากนี้ ดาวยิงตลอดกาลของ ซิตี้ ยังติดคอมโบทำแฮททริคมาแล้วถึง 12 ครั้ง ถือเป็นสถิติที่มากกว่านักเตะคนใดในสโมสร

อีกเรื่องที่น่าทึ่งของกุนก็คือ การทำแฮททริคถึ 8 ครั้งในพรีเมียร์ ลีก เป็นรองก็แต่ ร็อบบี้ ฟาวเลอร์ 9 ครั้ง และ อลัน เชียร์เรอร์ ผู้ครองสถิติสูงสุดที่ 11 ครั้ง อีกทั้งยังทำสุดยอดสถิติด้วยการทำ 260 ประตูในพรีเมียร์ ลีก ขณะที่ กุน ตามมาอย่างห่าง ๆ ระยะน่ารักน่าลุ้น โดยหวดไปทั้งหมดถึง 148 ประตูในลีกนับจนถึงปัจจุบัน และหาก กุน ยังรักษาฟอร์มของตัวเองได้อย่างต่อเนื่อง (ซึ่งไม่น่ายาก) พาตัวเองให้ห่างจากอาการบาดเจ็บ สถิติดาวซัลโวพรีเมียร์ลีกที่ไม่ใช่คนอังกฤษของ “เดอะ คิง” เธียร์รี่ อองรี ที่ 175 ประตู คงไม่ไกลเกินเอื้อมเป็นแน่


3. แฮร์รี่ เคน (ท็อตแน่ม ฮอทสเปอร์) – 5 ประตู

พรีเมียร์ลีก

ใครจะไปเชื่อว่ากองหน้าระดับ แฮร์รี่ เคน ที่สามารถถล่มตาข่ายได้อย่างเป็นกอบเป็นกำ มักมีอาการ “สิงหาเรดาร์บอด” ไม่ว่าจะมีสกิลและความครบเครื่องในการสังหารประตูขนาดไหน แต่พอเจอชื่อเดือนนี้ทีไรกลับไปไม่เป็นซะอย่างงั้น
ความสามารถในการล่าตาข่ายของ แฮร์รี่ เคน นั้นไม่มีใครกังขาในตัวเขาอยู่แล้ว เคน เป็นกองหน้าที่มีทุกสิ่งทุกอย่างครบถ้วนสมบูรณ์ที่กองหน้าคนนึงจะมีได้บนโลกฟุตบอล แต่กับ 108 ประตู จากการลงเล่นทั้งหมัด 153 เกมในพรีเมียร์ลีกก่อนหน้าจะเริ่มซีซั่นนี้ ไม่มีประตูไหนของเขาเลยที่ทำได้ในเดือนสิงหาคม !

แต่ไม่ใช่กับซีซั่นนี้…

หลังจากกลับมาจากฟุตบอลโลกโดยพ่วงรางวัลดาวซัลโวด้วยจำนวน 6 ประตู เคน ไม่ลืมที่จะพกความมั่นใจในการล่าตาข่ายกลับมาด้วย ประตูแรกของซีซั่นนี้ในพรีเมียร์ลีกของ เคน ไม่ต้องรอจนถึงเดือนกันยา แก้อาถรรพ์ได้สำเร็จเมื่อเขาจัดการกระซวกตาข่ายตั้งแต่เกมที่ 2 กับ ฟูแล่ม ก่อนจะซัดลูกที่ 2 ใส่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดในเกมถัดมาทันที แก้อาการ “สิงหาเรดาร์บอด” ได้เป็นปลิดทิ้ง ก่อนตัดเข้าเดือนกันยา ลูกที่สาม-สี่และห้า ก็ตามมาแบบไม่ยากเย็นอะไรนัก

สิงหาก็มีประตู แถมออกสตาร์ทซีซั่นอย่างสวยหรู การขับเคี่ยวตำแหน่งดาวซัลโวฤดูกาลนี้ คงต้องทนฟังชื่อของ แฮร์รี่ เคน ไปกันอีก 1 ปีเต็ม ๆ อย่างแน่นอน


4. อเล็กซานดร้า มิโตรวิช (ฟูแล่ม) – 5 ประตู

ดาวซัลโว พรีเมียร์ลีก

ม้ามืดประจำคอลัมน์นี้ ได้แก่ศูนย์หน้าชาวเซิร์บของ “เจ้าสัวน้อย” ฟูแล่ม ทีมน้องใหม่ประจำฤดูกาล

หลังจาก มิโตรวิช ย้ายมาค้าแข้งในอังกฤษกับ นิวคาสเซิ่ล เมื่อปี 2015 แม้ฤดูกาลนั้นเจ้าตัวจะมีผลงานที่ดี โดยสังหารไปถึง 9 ประตูจาก 34 เกม อาจเป็นจำนวนประตูที่ไม่มากมายนักหากเทียบกับกองหน้าระดับท็อปคลาส แต่อย่าลืมว่านี่เรากำลังพูดถึงเด็กหนุ่มวัยเพียง 21 ปีกับการออกมาค้าแข้งในถิ่นผู้ดีเป็นปีแรก และแม้ผลงานของ มิโตรวิช ก็ไม่อาจช่วยให้ นิวคาสเซิ่ล รอดพ้นการตกชั้นไปได้ ทำให้เจ้าตัวนั้นต้องลงไปซึมซับบรรยากาศของลีกพระรองแดนผู้ดีกับต้นสังกัดด้วย แม้จะสามารถช่วยให้ทีมสาลิกาดงเลื่อนชั้นกลับมาได้ในทันที

แต่การเจาะตาข่ายได้เพียง 4 ลูกจาก 25 นัด ทำให้โอกาสการลงเล่นของเขามีจำกัดจำเขี่ยมากขึ้น และสิ่งนี้เองอาจเป็นการฉุดความมั่นใจรวมถึงการพัฒนาความสามารถของเจ้าตัว ทำให้ผลงานของ มิโตรวิช นั้นตกลงไปมากจนต้องถูกปล่อยให้ ฟูแล่ม ต้นสังกัดปัจจุบันซึ่งขณะนั้นยังอยู่ใน เดอะแชมเปี้ยนชิพ ยืมตัว

ณ คราเวน ค็อตเทจ นี้เองที่ทำให้ มิโตรวิช ได้รื้อฟื้นสกิลการทำประตู ประกอบกับเรียกความมั่นใจ อีกทั้งยังเป็นกำลังสำคัญพาเจ้าสัวน้อยเลื่อนชั้นกลับขึ้นมาบนลีกสูงสุดอีกครั้ง ทำให้ ชาฮิด ข่าน เจ้าของทีมไม่รอช้า ยื่นซื้อขาดจาก นิวคาสเซิ่ล เพื่อเป็นกำลังสำคัญในการสู้ศึกพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ด้วยค่าตัวกว่า 18 ล้านปอนด์

และเพื่อเป็นการตอบแทนความไว้วางใจนี้ ผลงาน 5 ประตู จาก 7 เกมแรกของพรีเมียร์ลีกคือสิ่งที่ มิโตรวิช มอบให้สโมสรและแฟน ๆ ฟูแล่มได้หายใจคล่องคอหน่อยหลังจากหายหน้าหายตาไปเป็นเวลานานบนเวทีพรีเมียร์ลีก

แล้วทั้งหมดนี้คือ 4 อันดับดาวซัลโวต้นแรง ยิงเยอะในพรีเมียร์ลีกหลังผ่านไป 7 เกมแรก นอกจาก 4 คนนี้ ยังมีนักเตะอีกหลายคน อาทิ มาร์โก้ อาร์เนาโตวิช (เวสต์แฮม) – ซาดิโอ มาเน่ (ลิเวอร์พูล) – โรเมลู ลูคาคู (แมนฯ ยูไนเต็ด) – เกล็น เมอร์รี่ย์ (ไบรท์ตัน) และ ราฮีม สเตอร์ลิ่ง (แมนฯ ซิตี้) ที่ตามมาติด ๆ ด้วยจำนวน 4 ประตูถึง 5 คนด้วยกัน

เส้นทางของปีนี้ยังอีกยาวไกลกับแมทช์ที่เหลืออีกถึง 31 เกม ถมเถให้ได้ไล่ล่าตาข่ายกัน เมื่อถึงท้ายซีซั่น เราจะมาคอยลุ้นกันอีกทีว่า ม้าตีนต้นเบอร์ไหนจะยังรักษามาตรฐานความโหดในการพังประตูไว้ได้และอยู่ในกลุ่มผู้นำหรือจะมีม้ามืดตีนปลาย จัดการกระซวกตาข่ายจนแซงคว้าดาวซัลโว เมื่อจบฤดูกาล ยังไงต้องคอยติดตาม

อ่านข่าว 5 นักเตะและกุนซือ หวนคืนร่วมงานกัน ผลงานปังกว่าเดิม มีใครบ้าง


ข่าวสารอื่นๆ ในวงการลูกหนัง https://www.5league.com

และFB 5 ลีก ดอท คอม

Please follow and like us:
0