รู้จัก จิงก้า! รากเหง้า บอล บราซิล และ เนย์มาร์ ทายาทคนสุดท้าย

รู้จัก จิงก้า! รากเหง้า บอล บราซิล และ เนย์มาร์ ทายาทคนสุดท้าย

June 7, 2018 0 By theadmin

ทีมชาติ บราซิล กำลังจะลงสนามลุยศึก เวิลด์คัพ 2018 ในฐานะของทีมเต็งแชมป์ประจำการแข่งขันครั้งนี้ เนื่องด้วยผลงานที่ร้อนฉ่าสุดๆ ในสไตล์ที่เรียกกันว่า จิงก้า รากเหง้า บอล บราซิล ในรอบคัดเลือกทวีป ต่อเนื่องมาจนถึง เกมอุ่นเครื่อง ในช่วงหลายเดือนหลังสุด พวกเขาดูจะพร้อมสำหรับการโรมรันใน สงครามใหญ่ ครั้งนี้เหลือเกิน

นั่นคงไม่แปลกอะไร หากเราจะลองมองย้อนกลับไปเมื่อ 4 ปีที่แล้วที่พวกเขาร้องไห้น้ำตาท่วมประเทศ คล้อยหลังจากความพ่ายแพ้ต่อ เยอรมัน 1-7 เป็นสถิติที่ย่อยยับที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ของชาติ ดีกรีความแค้นของพวกเขานั้นคงไม่สามารถอธิบายเป็นคำพูดได้

ใครคือผู้กอบกู้

ตีเต้ กุนซือจอมพเนจร ก้าวเข้ามากอบกู้ศักดิ์ศรีย์ของทีมต่อจาก คาร์ลอส ดุงก้า ได้อย่างงดงาม เขาไม่เพียงแค่กอบกู้ผลงานของทีมเท่านั้น แต่เขายังได้กอบกู้ศรัทธาของแฟนๆ ทั้งประเทศกลับมาด้วย! และนั่นคือสไตล์ ฟุตบอลในตำนาน ที่ถูกเรียกขานว่า “จิงก้า” ซึ่งแฟนๆ ของ บราซิล นั้นเชื่อว่าทีมชุดปัจจุบันมีคุณสมบัติเด่นที่ว่านี้ ถึงแม้ว่าจะยังไม่ได้แสดงให้เห็นอย่างเต็มรูปแบบก็ตาม

จิงก้าคืออะไร ? และจะเป็นขุมพลังที่เพิ่มโอกาสในการคว้าแชมป์โลกสมัยที่ 6 ของทัพ “เซเลเซา” ได้ขนาดไหน ? เหตุใด “Ginga” จึงถูกนำกลับมาใช้ในปี 2018 วันนี้เราจะไปทำความรู้จักกับสไตล์เกมรุกอันโหดเหี้ยม ที่เคยสร้างชื่อให้ ฟุตบอล ในแบบฉบับดั้งเดิม บราซิล โด่งดังไปทั่วโลกกัน

จิงก้า รากเหง้า บอล บราซิล คือ อะไร มาทำความรู้จักกัน

บราซิเลี่ยน จิงก้า

บราซิเลี่ยน จิงก้า เป็นสไตล์การ เล่นฟุตบอล แบบดึกดำบรรพ์ที่ถูกต่อยอดมาจาก คาโปเอร่า ศิลปะการต่อสู้ผสมกับการเต้นของชนชาว “แซมบ้า” ว่ากันว่า

จิงก้าคือสิ่งที่สถิตอยู่ในวิญญาณของคน บราซิล ทุกคน มันคือแนวคิด , วิถีชีวิต , การนั่งการเดิน , คือความบันเทิงและแรงปรารถนา มันอยู่ในทุกๆ เยื้อย่างของคนๆ หนึ่งที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว

ไม่ต่างอะไรจากจริตที่ชัดเจนของ แร็ปเปอร์ , ราสต้า เร็กเก้ หรือพฤติกรรมประหลาดล้ำที่มีคนเดียวในโลกอย่าง อาจารย์เฉลิมชัย เป็นต้น

จิงก้าหรือGinga สำหรับในโลกฟุตบอลแล้ว มันก็คืออิสระในการเล่น เป็นฟรีสไตล์ฟุตบอล เป็นรากเหง้า ที่ชาว บราซิเลี่ยน ภูมิใจ ดั่งคำของ วิเซนเต้ ฟีโอล่า เทรนเนอร์ของทีมชุดแชมป์โลกสมัยแรกปี 1958 ที่เคยกล่าวเอาไว้ว่า

“การเปลี่ยนสไตล์ตัวเอง นั่นไม่ใช่แนวทางของเราเลย  เราต้องเล่นฟุตบอลด้วยความสุข และได้ปลดปล่อยความเป็นตัวเองออกมา ผมไม่รู้ว่าเราจะชนะได้มั้ย แต่เราต้องโชว์ให้โลกได้เห็นถึงฟุตบอลที่สวยงามให้ได้”

Ginga และ Pele

เปเล่

ศึกฟุตบอลโลก เริ่มต้นครั้งแรกในปี 1930 โดยมี บราซิล เป็นหนึ่งในยอดทีมชั้นนำทุกยุคทุกสมัย แต่พวกเขากลับไม่เคยคว้าแชมป์มาครองได้เลยจนกระทั่งปี 1958

ฟุตบอลจิงก้า ของ บราซิล นั้น “เคย” ถูกค่อนขอดมาตลอดว่าดีป้อ ล่อไม่เป็น และถูกโยนให้เป็นแพะรับบาปสำหรับความล้มเหลวของทีมใน เวิลด์ คัพ 1950 ที่ตัวเองเป็นเจ้าภาพ

นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา บราซิล พยายามที่จะเปลี่ยนตัวเองไปเล่นในสไตล์ยุโรปมากขึ้น โดยเฉพาะทีมชุดปี 1954 ที่ถูกมองว่าเล่นไม่เป็นตัวเอง เน้นการเข้าปะทะ ให้ความสำคัญกับระบบที่เคร่งครัด แต่สุดท้ายก็ยังโดนยอดทีมในยุคนั้นอย่าง ฮังการี ยิงร่วงไปกระจาย 4-2 แต่จุดเปลี่ยนสำคัญก็เกิดขึ้นในบอลโลก 1958

จากการปะทุของ เปเล่ ในวัย 17 ที่เป็นแกนนำจุดประกาย จิงก้าสไตล์ ขึ้นมาผงาดได้เต็มตัว นำทัพ บราซิล กลับคืนสู่ รากเหง้า ที่สวยงามของตัวเองอีกครั้ง พร้อมสร้าง ประวัติศาสตร์ คว้าแชมป์โลกมาครองได้สำเร็จเป็นสมัยแรก

จิงก้า ที่ถูกลืม และความอับอาย 1-7

ทีมชาติ บราซิลแชมป์ 5 สมัยของ บราซิล ไม่ใช่ว่าจะสร้างความสุขให้กับแฟนๆ ได้แบบเต็มๆ ทุกครั้งไป เพราะว่ากันว่าการครองแชมป์ในช่วง 2 ครั้งหลังสุดปี 1994 และ 2002 มันคือทีมชาติบราซิล ที่เล่นแบบเอาตัวรอดด้วย การเน้นแท็คติก เป็นหลัก และการก้าวเข้ามาของ หลุยส์ เฟลิเป้ สโคลารี่ เป็นคำรบที่ 2 เมื่อปี 2014 ก็คือหายนะอย่างแท้จริง เมื่อพวกเขาต้องหวังพึ่งกองหน้าเจ้าของโค้ดเนม เฟร็ด , ฮัลค์ , โช แถมยังมาเสีย เนย์มาร์ จากอาการบาดเจ็บจนต้องพ่ายให้กับ เยอรมัน ไปแบบหมดทางสู้ 1-7

เวลาล่วงเลยผ่านมา 4 ปี บราซิล พยายามแล้วที่จะใช้ คาร์ลอส ดุงก้า เพื่อกู้หน้าเก็บผลการแข่งขัน แต่มันก็เหลวเป๋ว จนกระทั่งมาได้ ตีเต้ รับจ๊อบกุมบังเหียน และจัดการปรับเปลี่ยนทัพ “แซมบ้า” กลับมาเล่นในสไตล์เดิมของตัวเองเป็นครั้งแรกในรอบหลายสิบปี ซึ่งจะว่าไปแล้วเหตุการณ์ทั้งหมดมันก็ดูคล้ายๆ กับเมื่อก่อนที่ บราซิล เคยต้องเจ็บหนักสุดๆ ในการแพ้นัดชิงปี 1950 ต่อ อุรุกวัย คาบ้านของตัวองที่ มาราคาน่า ก่อนจะมาแก้ตัวสำเร็จในปี 1958

เนย์มาร์ แอนด์ โค คุณสมบัติเด่นสืบทอด จิงก้า

เนย์มาร์ แอนด์ โค

หาก Ginga เคยมี เปเล่ , วาว่า และ การ์รินช่า เป็นตัวชูโรงสร้างความยิ่งใหญ่เมื่อปี 1958 ครั้งนี้พวกเขาก็มี เนย์มาร์ และผองเพื่อนเป็นขุมพลังหลักเช่นกัน และมันไม่ใช่แค่เฉพาะแนวรุกเท่านั้น เพราะแม้กระทั่งผู้เล่นตำแหน่งอื่นๆ อย่าง มาร์เซโล่ , ติอาโก้ ซิลวา , เปาลินโญ่ , ฟีร์มีโน่ , เฟร็ด หรือ คาเซมิโร่ ต่างก็มีศักยภาพที่จะเล่นในสไตล์ Ginga ได้อย่างเต็มตัวเช่นกัน

อยู่ที่ว่า ตีเต้ จะเลือกแบบไหน เหตุการณ์ล่าสุดในเกมอุ่นเครื่องที่พบกับ โครเอเชีย บ่งบอกพวกเราชัดเจนว่า เนย์มาร์ คือตัวชูโรงสำคัญที่เล่นด้วยทัศนคติ จิงก้า อย่างเต็มตัว เขากระชากลากเลื้อยพลิ้วไหวดั่งสายน้ำ เล่นบอลหยามๆ ดูด teen คู่แข่ง ไม่ต่างอะไรกับสมัยห้าวๆ ที่เคยอยู่ ซานโต๊ส ซึ่งจะไม่เหมือนกับที่ บาร์เซโลน่า หรือ ปารีส แซงต์ แชร์กแมงต์ ซึ่งเจ้าตัวโดนด่าตลอดด้วยข้อหาที่ว่าเล่นแบบไม่ให้เกียรติคู่แข่ง

Ginga ที่สมบูรณ์ และขุมกำลังที่เหนือกว่าปี 2014

จิงก้า บราซิล

ต้องยอมรับกันตามตรงว่า ต่อให้ผู้เล่นทุกคนในทีมๆ หนึ่ง จะมีจิตวิญญาณจิงก้ามากมายขนาดไหน แต่มันก็คงไปไหนไม่ได้ไกลถ้าหากกลุ่มผู้เล่นของทีมๆ นั้นมีระดับฝีเท้าที่ไม่เก่งกาจพอ ซึ่งนั่นคงไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นกับ บราซิล ชุดนี้แน่ๆ เพราะพวกเขาดูจะพัฒนาคุณภาพมาไกลจากชุดขี้เหร่เมื่อปี 2014 ได้ไกลโพ้น

ชื่อของ กาเบรียล เฮซุส , โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ และ คูตี้ ที่เข้ามาแทนที่ขยะเปียกอย่าง เฟร็ด ฮัลค์ โช แถมพวกเขายังมีผู้รักษาประตูห้าวสายเลือดใหม่อย่าง อลิซอน เบ็คเกอร์ พ่วงด้วย ติอาโก้ ซิลวา ที่หวังแก้ตัวจากเมื่อ 4 ปีก่อน หลังชวดลงในเกมพบ เยอรมัน จากโทษแบน ทั้งหมดทั้งมวลนี้จะเป็นตัวแปรที่ทำให้ บราซิล ของ ตีเต้ สมบูรณ์แบบกว่าทีมชุดปี 2014 และย่อมเพิ่มโอกาสในการคว้า แชมป์โลก ได้อย่างไม่ต้องสงสัย

นั่นคือภาพรวมทั้งหมดของทัพ “แซมบ้า” ในยุคของ ตีเต้ ครั้งนี้ การนับถอยหลังสู่ เวิลด์ คัพ 2018 ค่อยๆ คืบคลานเข้ามา และ บราซิล คงไม่อยากพบกับความผิดหวังอีกซ้ำสอง โดยหวังที่จะกลับมาคว้า แชมป์โลก อย่างมีสไตล์ให้ได้อีกครั้ง เพื่อที่จะ คัมแบ็ค ชูถ้วยเป็นครั้งแรกในรอบ 16 ปี แต่จะทำได้หรือไม่นั้น….จิงก้าจะเป็นผู้ให้คำตอบครับ!

ติดตามข่าว ฟุตบอลโลก ได้ที่ https://www.5league.com/ฟุตบอลโลก/

ติดตามแฟนเพจของเราได้ที่ facebook.com/5ลีก-ดอท-คอม

 

 

Please follow and like us:
0